บทบาท การเมือง'สุเทพ'กับ'ป๋าเปรม'คนละเรื่องเดียวกัน

วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557 เวลา 00:01 น.ข่าวสดออนไลน์ บทบาท การเมือง'สุเทพ'กับ'ป๋าเปรม'คนละเรื่องเดียวกัน คล้ายกับว่า ข้อเสนอจาก'คณะรัฐบุคคล'อันนำโดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล ต่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะดำเนินไปด้วยความเคารพและเชื่อมั่น เคารพใน'เกียรติ'และ'ศักดิ์ศรี' เกียรติที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก เกียรติที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกียรติที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ศักดิ์ศรีที่เป็น'ประธานองคมนตรี' ยิ่งกว่านั้นยังเป็นประธานองคมนตรีอันได้รับการยกย่องและอวยเกียรติให้ไปดำรงอยู่ในฐานะแห่ง'รัฐบุรุษ' เป็นสถานะเดียวกันกับ นายปรีดี พนมยงค์ กระนั้น เมื่อประเมินผ่านปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากหลายภาคส่วนในทางการเมืองก็เริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าเป็นความเคารพอย่างบริสุทธิ์และจริงใจมากน้อยเพียงใด หรือว่าเป็นความปรารถนาดีอัน'ประสงค์ร้าย' หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ความขัดแย้งอันเป็นวิกฤตทางการเมืองในปี 2549 อันเป้าหมายอยู่ที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็จะเห็นบางแง่ บางมุม 1 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหวังพึ่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะเห็นได้จากในการชุมนุมครั้งแรกบริเวณลานพระ บรมรูปทรงม้า เป้าหมายที่ต้องการเข้าพบนอกเหนือจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน แล้ว ย่อมเป็น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ขณะเดียวกัน 1 ในเดือนมิถุนายน 2549 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่งเครื่องแบบทหารเดินสายบรรยายพิเศษ ณ โรงเรียนนายร้อยจปร. โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายเรือ ตอกย้ำในเรื่องม้าและจ๊อกกี้ เดือนกันยายน 2549 ก็เกิด'รัฐประหาร' กล่าวสำหรับสถานการณ์ที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพิ่งประกาศบนเวทีสวนลุมพินีในคืนวันที่ 5 เมษายน เรื่องการเป็น 'รัฏฐาธิปัตย์' 1 ทำหน้าที่ในการนำชื่อ'นายกรัฐมนตรี'ขึ้นทูลเกล้าฯ 1 เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นเองที่จะเป็นผู้ลงนาม "รับสนองพระบรมราชโองการ" ข้อเสนอจาก'คณะรัฐบุคคล'ก็ดำเนินไปในแนว ทางนี้ นั่นก็คือ ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นำชื่อ'นายกรัฐมนตรี'ขึ้นทูลเกล้าฯ จากนั้น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นผู้ลงนาม "รับสนองพระบรมราชโองการ" หมายถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เหมือนกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ปมเงื่อนมิได้อยู่ที่ว่าสถานะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เหมือน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เท่านั้น หากประการสำคัญเป็นอย่างมากยังอยู่ที่ รัฐธรรมนูญมิได้มีบทบัญญัติใดกำหนดให้องคมนตรี หรือเลขาธิการกปปส.เป็นผู้ลงนาม "รับสนองพระบรมราชโองการ" ในเรื่องนี้ 'เรื่องนี้'ก็คือ เรื่องอันเกี่ยวกับ'นายกรัฐมนตรี'…. ไตรมาสแรกทรุด บทนำมติชน หนังสือพิมพ์มติชนได้นำเสนอสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปี2557หลังจากประเทศไทยตกหล่มการเมือง โดยมีการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลมาตั้งแต่ปลายปี2556สรุปได้ว่า การค้าปลีกกลางเมืองหลวงประสบปัญหา เนื่องจากประสบเหตุการชุมนุมแบบชัตดาวน์กรุงเทพฯตั้งแต่วันที่13มกราคมถึงต้นมีนาคม ผนวกกับการออกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมผู้ชุมนุม ทำให้ลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศหดหาย ยอดขายลด30เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรมยานยนต์ประกาศลดเป้าผลิตเพื่อขายในประเทศจาก1.2ล้านคัน เหลือ1.1ล้านคัน ส่งผลให้ยอดผลิตรวมของปีเหลือ2.3ล้านคัน จากเป้าหมายปลายปี2.4ล้านคัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ได้รับผลกระทบ เพราะสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย การซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ต้องชะลอออกไป ขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะลดจาก4-5%เหลือ2-3%หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นสูงกว่า82.3%จนธนาคารต้องลดเป้าการเติบโตเงินฝากและสินเชื่อ และเพิ่มความเข้มในการปล่อยสินเชื่อ เพราะกลัวว่าอาจมีการผิดนัดชำระหนี้ จนกลายเป็นหนี้เสียที่ธนาคารต้องรับภาระ ด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็เข้าขั้นห่อเหี่ยว เพราะวิกฤตการณ์ทางการเมือง ทำให้รัฐบาลกว่า50ประเทศประกาศเตือนพลเรือนในการเข้ามาเที่ยวไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชุมนุมในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ช่วงมกราคม-มีนาคม มียอดนักท่องเที่ยวรวม6.5ล้านคน ลดลงไปราว4.09แสนคน หรือคิดเป็น5.85%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ท่องเที่ยวไทยเสียรายได้ไป4.02%เหลือเงินเข้าประเทศเพียง3.1แสนล้านบาท เช่นเดียวกับอุตสาหกรรม การประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การจัดการประชุมนานาชาติ การแสดงสินค้านานาชาติ หรือไมซ์ ที่ไตรมาสแรกยกเลิกไปกว่า30งาน สูญเสียรายได้กว่า1พันล้านบาท ไตรมาสแรกของปี2557จึงเป็นช่วงเวลาที่ไม่สู้ดีนักสำหรับภาคธุรกิจ สะท้อนให้เห็นภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี ซึ่งจะส่งผลต่อคนไทยทุกระดับ ขณะที่การเมืองซึ่งเป็นต้นเหตุยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ ทำให้น่าเป็นกังวลว่าไตรมาสต่อไปคนไทยจะประสบกับความเดือดร้อนมากกว่านี้หรือไม่ ดังนั้น คู่ขัดแย้งทางการเมืองควรคิด และหาทางยุติความขัดแย้งด้วยการเจรจา ทำตามครรลองกฎหมาย เพื่อให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่ได้พลิกฟื้นคืนสู่ปกติโดยเร็ว ศอ.รส.แนะ ปลัด ก.สาธารณสุข ลาออก ชี้ อย่าใช้กระทรวงเป็นฐาน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเรียกประชุมปลัดกระทรวงเมื่อวันที่17เม.ย.ที่ผ่านมาว่า สืบเนื่องจากข้อเรียกร้องการจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ไม่ได้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ หากข้าราชการจะไปมีส่วนร่วมอาจจะมีความผิดทางวินัย ซึ่งเชื่อว่าปลัดทุกกระทรวงจะนำข้อความที่ศอ.รส.แจ้งไปเล่าให้ข้าราชการแต่ละกระทรวงได้รับทราบ น่าเสียดายที่นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ปลัดกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มารวม ซึ่งได้ให้ฝ่ายเลขานุการ ศอ.รส.ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหนึ่งในคณะกรรมการศอ.รส.แต่ไม่เคยมาร่วมประชุมเลย ถือเป็นการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยตรง และการเชิญมาในฐานะปลัดกระทรวงก็ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของศอ.รส.ที่เชิญมาร่วมประชุม และ ก่อนหน้านี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถูกตั้งกรรมการตรวจสอบวินัย อันนี้อีก2เรื่องรวมเป็น3เรื่อง ปลัดกระทรวงสาธารณสุขต้องรับสิ่งที่ตั้งใจฝ่าฝืนอย่างปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นปลัดคงต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง อาจจะลาออกก็ได้ เพราะก็ใกล้เกษียณอยู่แล้ว เพราะหากถูกลงโทษผิดวินัยก็จะเป็นตราบาป ส่วนปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ชี้แจงชัดเจนถึงเหตุที่นายสุเทพและพวกเดินทางไปถึงกระทรวง เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจึงเปิดห้องประชุมพูดคุยกัน ถือเป็นสิ่งที่รับฟังได้ ทางศอ.รส.เข้าใจถึงความตั้งใจดังกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ปลัดกระทรวงไหนเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาต่อ ศอ.รส.เป็นพิเศษหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ได้พูดถึงความเสียหายจากการประท้วงของกปปส.ทำให้การจัดทำงบประมาณไม่สามารถทำได้ ส่งผลกระทบต่องบประมาณปี2558ซึ่งได้ขอให้ปลัดเตรียมจัดทำงบประมาณปี2558เพราะจะรอให้คณะรัฐมนตรีเข้ามาดำเนินการคงไม่ทัน เพราะงบประมาณปี2558จะต้องเริ่มประมาณเดือนตุลาคม ซึ่งจากการที่กกต.ประกาศเดือนกรกฎคมจะเลือกตั้งเสร็จ และกว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ตามที่นายสมชัย ศรีสุทธยากร กรรมการการเลือกตั้ง พูดไว้นั้น จะเข้าสู่ปีงบประมาณใหม่แล้ว ซึ่งจะเป็นปัญหาของประเทศ จึงได้กำชับฝ่ายข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่และรู้ขั้นตอนการจัดทำงบประมาณอยู่แล้วให้รีบดำเนินการ ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์ กรณีนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ไม่ได้มาร่วมประชุม ที่ ศอ.รส.เมื่อวานนี้ว่า ขอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมาขึ้นเวทีปราศรัยร่วมชุมนุมกับ กปปส. ที่สวนลุมพินี อย่าไปใช้กระทรวงสาธารณสุขเป็นฐาน เพราะกระทรวงสาธารณสุขเป็นสมบัติของชาติ ถ้าไม่มาถือว่าไม่แน่จริง แต่ตนไม่เรียกร้องให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขออกจากตำแหน่ง เพราะมองว่าต้องมีคนอย่างปลัดกระทรวงสาธารณสุขอยู่ในราชการ ทั้งนี้ วันที่ กปปส. ไปกระทรวงสาธารณสุขตำรวจรายงานว่าคนที่มาต้อนรับเลขาธิการ กปปส. นั้นขนมาจากสุราษฎร์ธานี700คน ส่วนแผนของ กปปส. ที่ระบุว่าจะปิดงานในช่วงเดือนเมษายนนี้แต่อาจต้องชะลอออกไปนั้น เห็นว่า กปปส. ไม่เคยเปิดงานตั้งแต่ต้น ไม่มีใครเอาด้วย กปปส. จบแล้ว สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

โต้นั่งรมต.เทือก ตั้ง 'ปลัดสธ.'พัลวัน แดงขู่ชุมนุมด่วน

วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8542ข่าวสดรายวันโต้นั่งรมต.เทือก ตั้ง 'ปลัดสธ.'พัลวัน แดงขู่ชุมนุมด่วน
ถกปลัด - ศอ.รส.เชิญปลัดกระทรวงทุกกระทรวง มาประชุมทำความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในสถาน การณ์การชุมนุมทาง การเมือง ซึ่งนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้เข้าประชุมด้วย เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
ปลัดสธ.โต้วุ่น จ่อนั่งรมต.เทือกตั้ง-เล่นการเมือง อ้างติดภารกิจเลยเบี้ยวถกศอ.รส. ระบุถ้าเรียกไปชี้แจงคงไม่ไป ศอ.รส.หารือปลัดทุกกระทรวง ไร้เงาปลัดสธ. ส่วนปลัดแรงงานแจ้งลาป่วย ปลัดยธ.เผยพูดคุยถึงการแก้ไขความขัดแย้ง นปช.แย้มอาจระดมใหญ่เร็วขึ้น หากมีสถานการณ์แทรกซ้อน จวก 'สมชัย'ไม่เป็นกลาง 'ตู่'ลั่นสู้เพื่อเปลี่ยน แปลงที่ใหญ่กว่าการเลือกตั้ง หวังแก้ปัญหาองค์กรอิสระระบอบเก่า ส่งทนายเลื่อนไต่สวนถอนประกัน 'เทือก'นำเดินไปองค์การเภสัชฯ พูดอีกถ้ารัฐบาลหมดอำนาจต้องประกาศรัฏฐาธิปัตย์'ปึ้ง'แจงเรียกปลัดหารือ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธาน ที่ปรึกษาศอ.รส. กล่าวถึงกรณีศอ.รส.เรียกประชุมปลัดกระทรวงทุกกระทรวงว่า เป็นการทำความเข้าใจข้อกำหนดหลักการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนในแนวทางการปฏิบัติให้ตรงกันและเกี่ยวข้องกับกรณีการสนับสนุนการชุมนุมของกปปส. โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ประกาศตัวนำการปกครองแบบ รัฏฐาธิปัตย์ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง โดยเตรียมเอกสารและภาพการปราศรัยของนายสุเทพมาชี้แจงให้เห็นว่าหากข้าราชการไปให้ความร่วมมือ และสนับสนุนคนอย่างนายสุเทพ ที่ตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ถือว่าผิดวินัยของข้าราชการ นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของปลัดกระทรวงที่ไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ต้องดูที่เหตุผลว่าด้วยเหตุใด เช่นปลัดกระทรวงแรงงานท่านไม่สบายก็สามารถชี้แจงได้ แต่หากมีเจตนาชัดเจน เช่น ปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ปฏิเสธชัดเจนว่าจะไม่มา ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ถึงแม้รัฐบาลจะไม่โยกย้าย แต่ต้องให้สังคมได้พิจารณาว่าเป็นอย่างไรจี้กกต.คุยปชป.เดินหน้าเลือกตั้ง นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่นายสุเทพนัดหารือกับภาคเอกชน เพื่อขอความร่วมมือเคลื่อนไหวใหญ่ ตนไม่มีความห่วงเลย ถ้าหากภาคเอกชนทำความเข้าใจกับการประกาศของนายสุเทพ เนื่องจากการประกาศของนายสุเทพทำให้เห็นแล้วว่าไม่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและสร้างความเสียหายบ้านเมือง แต่หากเอกชนยินยอมให้นายสุเทพเป็นผู้นำความคิดก็เป็นสิ่งที่น่าเสียใจ "ผมฝากถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ไปพูดคุยกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ให้ได้ข้อยุติว่าจะจัดการเลือกตั้งในวันใด เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์ยอมรับ เนื่องจากทุกพรรคล้วนพร้อมเดินหน้าการเลือกตั้งอยู่แล้ว จริงๆ ไม่ต้องมีการถ่ายทอดสดเลย ถ้าหากอยากจะถ่ายทอดให้ไปนั่งคุยกับคุณสมชัย หรือกกต. สองต่อสอง เอาที่พรรคประชาธิปัตย์สบายใจ ว่าลงเลือกตั้งแล้วจะมีคนเลือก หรืออาจจะมีโอกาสชนะก็เชิญเต็มที่เลย" นายสุรพงษ์กล่าวไร้เงาปลัดสธ.ร่วมประชุม ต่อมาบรรดาปลัดกระทรวงและผู้แทนต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนทัศนะความคิดเห็นและชี้แจงสถานการณ์การชุมนุมของกปปส. เพื่อให้ระมัดระวังและวางบทบาทให้สอดรับสถานการณ์ ขาดแต่ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมหรือส่งตัวแทนมา สำหรับกระทรวงที่ส่งผู้แทนเข้าร่วมมี 3 กระทรวงคือ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพาณิชย์ ด้านนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมว่า การเข้าร่วมประชุมจะเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงอีกครั้ง ในกรณีเหตุการณ์ที่ได้ให้การรับรองแกนนำกปปส.เมื่อวันที่ 8 เม.ย. และจะทำความเข้าใจกับปลัดกระทรวงต่างๆ โดยส่วนตัวจะพยายามชี้แจงให้ดีที่สุด เพราะการเป็นข้าราชการต้องมีความหนักแน่น ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองมากที่สุด รวมทั้งต้องวางตัวให้ดี ทำงานตามกรอบของกฎหมาย ที่สำคัญต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ส่วนกรณีโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปประเทศนั้นยังไม่ทราบต้องชี้แจงหรือไม่
รอนัดวัน - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. แถลงประกาศยุติการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 18 เม.ย. เพื่อประเมินสถานการณ์ และรอคำตัดสินคดีนายกรัฐมนตรีจากศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมให้มวลชนเตรียมตัวชุมนุมครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
ภายหลังการประชุมนานกว่า 3 ช.ม. นายกิตติพงษ์กล่าวหลังการหารือว่า ที่ประชุมไม่ได้พูดถึงกรณีกลุ่มกปปส.มาหน่วยงานราชการมากนัก แต่ส่วนใหญ่พูดคุยถึงการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ส่วนตัวเห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างกันมาก เพราะรัฐบาลเน้นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วนกลุ่มกปปส.ต้องการเปลี่ยนแปลง แต่ละฝ่ายก็มีกรอบของตัวเอง อยากให้ทุกฝ่ายตั้งสติ แต่เห็นว่าอย่างไรประเทศก็ยังต้องการการเปลี่ยน แปลงทางโครงสร้างหรือการปฏิรูป" นายกิตติพงษ์กล่าวหมอณรงค์ปัดเล่นการเมือง ขณะที่ นพ.ณรงค์กล่าวว่า วันนี้ติดภารกิจที่ต้องทำงานในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับศอ.รส. ซึ่งหากศอ.รส.เรียกให้ไปชี้แจงก็คงไม่ไป เนื่องจากจะขอทำงานที่ สธ. เพราะที่ สธ.มีงานให้ต้องติดตามตลอด เมื่อถามถึงแถลงการณ์ของ ศอ.รส.ซึ่งออกคำสั่งให้หน่วยงานราชการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง และห้ามแสดงความคิดเห็นหรือยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินการทางกฎหมาย นพ.ณรงค์กล่าวว่า การแสดงออกความคิดเห็นทางการเมืองนั้นมีรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าข้าราชการมีสิทธิเท่าเทียมประชาชน อีกทั้งยังมีพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องมารยาทและการแสดง ออกความคิดเห็นทางการเมืองให้แก่ข้าราชการอยู่ เมื่อถามว่า ขณะนี้มีหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าการแสดงออกทางการเมืองของ นพ.ณรงค์เป็นการปูทางไปสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี นพ.ณรงค์กล่าวว่า ตนเชื่อว่าการเป็นข้าราชการประจำและอยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงถือเป็นสิ่งสูงสุดในชีวิตข้าราชการแล้ว และมีเกียรติและศักดิ์ศรีพอ หากจะให้ลงเล่นการเมืองคงต้องถามว่านักการเมืองในปัจจุบันเป็นอย่างไร ซึ่งคงเลือกที่จะเก็บเงินที่ทำงานมาทั้งชีวิตเพื่อใช้ในบั้นปลายดีกว่า'ธิดา'แย้มอาจระดมใหญ่เร็วขึ้น ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นางธิดา โตจิราการ ที่ปรึกษานปช. พร้อมแกนนำ อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกนปช. แถลงข่าวประจำวัน นางธิดา กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 1 และมาตรา 3 ระบุว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย จึงขอให้กปปส. องค์กรอิสระ และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ทำความเข้าใจว่าอำนาจรัฏฐาธิปัตย์หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะกองทัพ ที่ไม่สามารถปล้นอำนาจของชาวไทยไปได้ ใครก็ตามที่พยายามสถาปนาอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ โดยอ้างเรื่องที่ศาลรัฐธรรม นูญและป.ป.ช.กำลังจะลงโทษนายกฯ และคณะรัฐมนตรีนั้น ทุกอย่างมีบทบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญ การเปลี่ยนแปลงนายกฯ หรือคณะรัฐมนตรีต้องเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตยและบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ การชุมนุมของนปช.ที่จะถึงจึงเป็นการยืนยันถึงอำนาจอธิปไตยว่าสิ่งที่กปปส.พยายามยึดไป การพยายามทำรัฐประหารของทหาร ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยินยอมแน่นอน จึงขอแจ้งให้พี่น้องเตรียมตัวฟังสัญญาณจากส่วนกลาง หากมีสถานการณ์แทรกซ้อนอาจนัดชุมนุมเร็วขึ้น
เผาโลง - กลุ่มเสื้อแดงอุบลราชธานี เผาโลงประท้วงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ที่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กกล่าวหาคนเสื้อแดงและผู้สนับสนุนรัฐบาลด้วยถ้อยคำรุนแรง ที่หน้าสำนักงาน กกต.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
จวก'สมชัย'ไม่เป็นกลาง นางธิดา กล่าวต่อว่า ขอเตือนกกต. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระว่าหากทางออกของความขัดแย้งไม่ใช่การเลือกตั้งและความยุติธรรม หายนะจะเกิดขึ้นกับประเทศ เพราะประชาชนไทยทนมานานแล้ว กกต.ไม่เคยทำหน้าที่ของตัวเอง พยายามเตะถ่วงการเลือกตั้งออกไป กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์ภาพเป็นนางยักษ์ ระบุจะใช้กระบองทุบหัวหากพูดกันไม่รู้เรื่อง หรือการโพสต์ว่ามีแต่พวกเสื้อแดงเท่านั้นที่ใช้วาจาหยาบคายเลวร้าย ไปจนถึงการโพสต์ภาพถ่ายคู่กับหอเอนปิซ่าระบุว่า ต้องเอียงเพื่อทำการใหญ่นั้น ขอถามว่าการกระทำเช่นนี้เหมาะสมกับบทบาทของกกต.ที่ควรจะเป็นกลางอย่างแท้จริงหรือไม่ ซึ่งสิ่งที่นายสมชัยกระทำเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง และเกลียดชังคนเสื้อแดงตามที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก และเป็นปฏิปักษ์กับวิถีทางประชาธิปไตย จึงขอฝากถึงกกต. พรรคประชาธิปัตย์ กองทัพ กปปส.ว่า ขณะนี้การเมืองเป็นระบอบประชาธิปไตย ประชาชนไม่เหมือนพ.ศ.เดิม ที่จะปล้นอำนาจได้ง่ายอีกแล้ว ด้าน นพ.เหวงกล่าวว่า ตนได้กลิ่นไม่ดี เมื่อพล.อ.เปรมให้โอวาทผู้นำเหล่าทัพตอนไปรดน้ำสงกรานต์ว่า กำลังมีงานหนัก ตนจึงขอเตือนพล.อ.เปรมว่าอย่าทำร้ายประเทศ เพราะหากทำอะไรลงไปก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น และขอให้พล.อ.เปรมออกมาพูดว่างานหนักที่เอ่ยถึงคืออะไร'ตู่'ลั่นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ต่อมานายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวในรายการถลกหนังเทือกว่า ตนไม่สู้เพื่อการเลือกตั้ง แต่จะสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่าการเลือกตั้งมากมาย ไม่เช่นนั้นก็ต้อง เจอกกต.แบบนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. หรือกสม. ในระบอบเก่า ที่มีอคติติดตัวมาตั้งแต่ต้นอีก ไม่ว่าจะเลือกตั้งมากี่ครั้งก็ต้องเจอคนแบบเดิม หลังจากนี้ นปช.ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเผชิญกับสถานการณ์อย่างอื่น ก่อนวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดวินิจฉัย จึงขอให้คนเสื้อแดงเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา'เต้น'เตือนสติข้าราชการ ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. กล่าวว่า ขอท้าให้นายสุเทพเปิดเผยว่าที่เคยระบุวันที่ 17 เม.ย. จะเขียนบทจบของสถานการณ์ หมายความว่าจะต้องมีนายกฯ ที่ฝ่ายนายสุเทพแต่งตั้งขึ้นนั้น บทจบเป็นอย่างไรกันแน่ หรือที่ยังเดินกันวุ่นเพราะยังหาบทจบไม่เจอ จึงเห็นแต่ความมั่วมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนได้เขียนบทจบเอาไว้แล้วว่าประเทศต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงเท่ากัน หากผิดจากนี้สู้ถึงไหนถึงกัน และอยากฝากถึงข้าราชการทั้งหลายว่าหากจะมีความคิดเห็นสอดคล้องกับนายสุเทพถือเป็นเสรีภาพ แต่ไม่อาจใช้สถานะในองค์กรแสดงตัวเป็นฝ่ายสนับสนุน ต้องอยู่ในระเบียบวินัย กติกาของการบริหารราชการแผ่นดิน หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็เป็นหน้าที่ที่กลไกรัฐต้องดำเนินการขอเลื่อนไต่สวนถอนประกัน นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า กรณีที่นายสมชัยระบุว่าคนที่หยาบคาย ถ่อย เถื่อน ต่ำ เป็นคนเสื้อแดงนั้น สิ่งที่นายสมชัยสะท้อนออกมาผ่านบทสัมภาษณ์ โพสต์ต่างๆ แสดงออกว่ากกต.คนนี้ไร้ซึ่งความเป็นกลาง เลือกข้างทางการเมืองตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำหน้าที่กกต. วันนี้ช่องทางสำคัญที่จะออกจากวิกฤตทางการเมืองคือ การเลือกตั้งตามวิถีประชาธิป ไตย การเลือกตั้งซึ่งเป็นการทำตามกฎหมาย แต่กลับกลายเป็นทางตัน เพราะนายสมชัยประกาศตัวเป็นปฏิปักษ์กับประชาชนกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน จึงขอตั้งคำถามไปยังกกต.คนอื่นว่าไม่มีท่าทีต่อพฤติกรรมของนายสมชัยเลยหรือไม่ การเพิกเฉยไม่แสดงท่าทีใดๆ ที่เห็นต่างกับนายสมชัยเท่ากับว่ากกต.ที่เหลือกำลังเห็นด้วย และสนับสนุนไปในแนวทางเดียวกับนายสมชัยใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ ยังเปิดเผยว่า ส่วนกรณีศาลนัดไต่สวนพิจารณาถอนประกันตนและนายจตุพรในวันที่ 18 เม.ย.นั้น มอบหมายให้ทนายความยื่นเรื่องเลื่อนกำหนดนัดหมายออกไป ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะตนเกรงกลัวการไปให้ปากคำต่อศาล แต่ใช้สิทธิตามกฎหมาย โดยให้ทนายเดินทางไปยื่นเอกสารอย่างถูกต้อง ไม่เหมือนกับที่นายสุเทพประกาศไม่ไปตามนัดศาลบนเวทีแดงเชียงใหม่ฮือแจ้งจับสุเทพ ที่ จ.เชียงใหม่ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ประมาณ 50 คน นำโดยนายวรวุฒิ รุจิภานันท์ รวมตัวที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุเทพ กรณีกล่าวอ้างถึงรัฏฐาธิปัตย์โดยนายวรวุฒิกล่าวว่า หากแกนนำนปช.ประกาศระดมมวลชนลงไปร่วมชุมนุมก็จะส่งคนไปร่วมส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งจะปักหลักรอในพื้นที่ หากมีการยึดอำนาจรัฐประหารขึ้นหรือมีนายกฯ คนกลาง ทั้งหมดจะเดินทางไปปิดศาลากลางทันที'เทือก'นำเดินไปองค์การเภสัชฯ ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มกปปส. ที่เวทีสวนลุมพินี ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่และปฏิบัติภารกิจส่วนตัว เพื่อรอติดตามการเคลื่อนไหวของขบวนนายสุเทพ ที่จะเคลื่อนขบวนไปองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ถ.พระราม 6 ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่เป็นไปอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันบุคลลภายนอกเข้ามาสร้างสถานการณ์ ถัดมาเวลา 10.00 น. นายสุเทพ พร้อมนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายชุมพล จุลใส แกนนำกปปส. นำมวลชนจากเวทีสวนลุมพินีจำนวนหนึ่ง พร้อมมวลชนจากสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เคลื่อนขบวนโดยใช้รถยนต์ผ่านด่านเก็บเงินถนนพระรามสี่ ก่อนลงที่ด่านเก็บเงินถนนพระรามหก จากนั้นเคลื่อนขบวนไปยังองค์การเภสัชกรรม เรียกร้องให้ออกมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มกปปส. โดยมีพนักงานองค์การเภสัชกรรมออกมาต้อนรับ มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ทำให้การจราจรบนถนนพระรามหกติดขัดย้ำอีกต้องประกาศรัฏฐาธิปัตย์ จากนั้นนายสุเทพพร้อมแกนนำกปปส. เข้าหารือร่วมกับนายสมชาย ศรีชัยนาค รองผอ.องค์การเภสัชกรรม นายสามชาย ขำน้อย ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การเภสัชกรรม นายสุเทพ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า เราจะนัดรวมพลพลังมวลมหาประชาชนกันอีกครั้งเดียวเท่านั้น หากชนะก็ชนะ หากแพ้ก็ต้องยอม โดยจะรอให้ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีโครงการจำนำข้าว และศาลรัฐธรรมนูญในกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ยังไม่ทราบว่าทั้งสององค์กรจะวินิจฉัยชี้มูลวันไหน แต่มั่นใจว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์มีความผิดอย่างแน่นอน เมื่อใดที่รัฐบาลหมดอำนาจลงแล้วเราต้องประกาศรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งต้องอาศัยจำนวนมวลชนเป็นสำคัญ และหลังจากนี้จะทำทุกอย่างเพื่อเดินหน้าเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมการต่อสู้ จึงอยากเชิญชวนให้เปิดการต่อสู้นอกจากสวนลุมพินี เพื่อร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย

'ชัยเกษม'นำทีม ลุยแถลง ชน'ตลก.-ปปช.' จี้ตัดสินยุติธรรม ปลัด-ขรก.พรึบ รดน้ำขอพร'ปู'สดศรีติงสมชัย 'ศุภชัย'เชิญเอง วอนมาร์คร่วม

วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8542ข่าวสดรายวัน 'ชัยเกษม'นำทีม ลุยแถลง ชน'ตลก.-ปปช.'จี้ตัดสินยุติธรรม ปลัด-ขรก.พรึบ รดน้ำขอพร'ปู'สดศรีติงสมชัย 'ศุภชัย'เชิญเอง วอนมาร์คร่วม
'ปู'ประชุมหัวหน้าส่วนราชการย้ำทุกคนเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชัยเกษม-ธาริต แถลงดักคอ 'ตลก.-ป.ป.ช.'ชี้คดีปูตรงไปตรงมา เรียกร้องกกต.เร่งจัดเลือกตั้ง ม็อบ 2 ฝ่ายยุติชุมนุม ป.ป.ช.ลั่นห้ามก้าวก่าย ด้านปชป.โต้ทันควัน อ้างโจมตีโครงสร้างประชาธิปไตย เข้าข่ายกบฏ ปธ.กกต.วอนมาร์คร่วมหารือ สดศรีหนุนเร่งจัดกาบัตร ชงรัฐบาลออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งเองเลย'ปู'ขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ห้องสยามปฐพีพิทักษ์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า พร้อมรองปลัดกระทรวง และคณะผู้บริหารของกระทรวง อาทิ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เลขาธิการคณะกรรม การข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เข้าอวยพรและขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย โดยที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรมไม่ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศให้ผ่านพ้นไปด้วยดี รวมถึงการช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา โดยพยายาม ประคับประคองให้สถานการณ์ของประเทศเดินต่อไปได้ ขอขอบคุณทุกคนที่ได้เข้ามาร่วมอวยพรถึงแม้ว่าบางคนจะติดภารกิจ และขอฝากขอบคุณไปถึงข้าราชการทุกคน ขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการทุกคนทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีและทุ่มเทการทำงาน ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คุ้มครองให้ทุกคนมีความร่มเย็นเป็นสุข มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและขอให้ครอบครัวของทุกคนอบอุ่นราบรื่นย้ำทุกคนเป็นขรก.ในพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นนายกฯ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า โดยกล่าวเปิดประชุมตอนหนึ่ง ว่า ขอให้ส่วนราชการติดตามงานและภารกิจต่างๆ ที่มีปัญหาอุปสรรครวมถึงแต่ละกระทรวง เชื่อว่าหลายกระทรวงที่ยังไม่ลงตัวทั้งเรื่องสถานที่ทำงาน ดังนั้น ต้องมาคิดว่าควรจะปรับส่วนไหน เพื่อปรับใช้กับวิธีการทำงาน หรือเอกสารต่างๆ จะได้ประสานงานกันได้เพื่อให้มีศูนย์กลางในการทำงานอย่างไร ตรงนี้จึงอยากมาฟังความพร้อมกันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ อยากให้ทุกกระทรวงให้กำลังใจกับหน่วยราชการในสังกัด ซึ่งหลายที่ยังเปิดทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่สิ่งที่อยากจะขอในฐานะที่ทุกคนเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกคน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ต้องการให้การบริหารราชการแผ่นดินติดขัด อะไรที่ติดขัดก็ต้องเร่งในการดูแลแก้ไข อะไรที่เป็นความเสียหายก็คงต้องไล่แก้ปัญหากันไป โดยเฉพาะช่วงนี้เรื่องของเศรษฐกิจซึ่งค่อนข้างจะหนักพอสมควร จึงต้องให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติช่วยดูว่าแต่ละกระทรวงจะช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่ปลัดกระทรวงคงมีสัญญาต่างๆ ที่คิดว่าต้องมีการติดตามในหลายๆ ส่วนว่ามีผลกระทบต่อผู้ใช้อย่างไร เพราะต้องเร่งทำงานและดูว่าระยะยาวจะทำอย่างไรหากยังไม่มีรัฐบาลใหม่แล้วจะเดินกันอย่างไร ดำเนินงานต่างๆ อย่างไร จึงต้องมาคิดว่าจะปรับโหมดนี้เข้าไปอย่างไร ขอแสดงความยินดีกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ทราบว่าตัวเลขการท่องเที่ยวดีขึ้นและตัวเลขการส่งออกก็ทราบว่ามีข่าวดี ขอแสดงความยินดีกับกระทรวงพาณิชย์ที่มีตัวเลขมูลค่าการส่งออกสูงขึ้น โดยเฉพาะในก.พ.ดีขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ ต้องมาฟังเรื่องดีๆ กันบ้างศอ.รส.แถลงเรียกร้อง 7 ข้อ ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบ ร้อย (ศอ.รส.) นายชัยเกษม นิติสิริ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ยุติธรรม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมศอ.รส.วันที่ 17 เม.ย. ว่า เห็นสมควรออกแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องต่อทุกฝ่าย ดังนี้ คือ 1.เรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาดำเนินคดีและมีคำวินิจฉัยต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในกรณีโครงการรับจำนำข้าวอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยไม่เลือกปฏิบัติ 2.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและมีคำวินิจฉัยในกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อย่างตรงไปตรงมาและต้องไม่วินิจฉัยเกินกว่ารัฐธรรมนูญ 3.เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดสุญญากาศ 4.เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. รับผิดชอบในการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เพื่อจะได้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ 5.เรียกร้องให้แกนนำการชุมนุมทั้งสองกลุ่มยุติการชุมนุมเพราะจะเกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อการกระทบกระทั่ง และก่อเหตุร้ายต่อกันและกัน 6.เรียกร้องต่อหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง ปฏิบัติหน้าที่อย่างระมัดระวัง สามารถปฏิบัติงานให้บริการประชาชนได้อย่างดีตามปกติ และหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกับกิจกรรมใดๆ ที่อาจเข้าข่ายสนับสนุนแกนนำของกลุ่มเรียกร้องที่กระทำผิดกฎหมาย และ 7.เรียกร้องให้ประชาชนงดเว้นการเข้าร่วมชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตามเหลิมถาม'ปปช.-ศาลรธน.'สุขดีหรือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิบัติหน้าที่ รมว.แรงงาน และผอ.ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์ถึงผลการตัดสินคดีต่างๆ ขององค์กรอิสระที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้น เช่น กรณีจำนำข้าวที่ป.ป.ช.พิจารณา เหตุผลไม่ใช่ว่านายกฯ ไม่ฟังกฎหมาย หรือไม่เชื่อกฎหมาย แต่ฝ่าย นายกฯ และตัวนายกฯ ไม่คิดอะไร แต่ฝ่ายสนับสนุนพรรคเพื่อไทยมีมากที่คิดว่า 2 มาตรฐาน พรรคประชาธิปัตย์ทำอะไรหัวหกก้นขวิดก็ไม่ผิด แต่พรรคเพื่อไทยแค่เงาผ่านก็เอากันแล้ว ป.ป.ช.บางคนก็ช่างพูด ด้านศาลรัฐธรรมนูญก็ขยับกันมากจะวินิจฉัยตามคำร้องของส.ว.สรรหา ร้องแม้กระทั่งเมื่อวินิจฉัยแล้วให้นายกฯ และรัฐมนตรีทั้งคณะที่รับผิดชอบอยู่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ทางศอ.รส.คิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด มี 309 มาตรา ไม่มีมาตราไหนเลยที่บอกให้ลงโทษทางคดีอาญา ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้แล้วทางศาลรัฐธรรมนูญไปเชื่อพวกที่ให้ใช้มาตรา 7 กลัวว่าจะตัดสินเกินธง เกินบทบัญญัตที่กฎหมายกำหนดไว้ จะเกิดกลียุค เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ระบุชัดว่ารัฐบาลต้องอยู่รักษาการจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ และวันนี้จะออกแถลงการณ์ถึงป.ป.ช.ว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร และจะบอกศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยอะไรก็ทำไปแต่อย่าเกินบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกำหนด จะบอกกับ กกต.ให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็วและทำหนังสือเรียนรัฐบาล หากดำเนินการครั้งแรกไม่ได้ผล จะมีมาตรการขั้นที่ 2 ตามมา หากยังไม่หยุดมาตรา 7 ถือว่าเป็นการระคายเคืองฯ ตนจะมาแถลงแต่ไม่เกี่ยวกับมาตรา 7 ส่วนจะทำอย่างไรดูขั้นตอนแรกก่อน ถ้าปล่อยให้บ้านเมืองวุ่นวายล้มหายตายจาก ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญมีความสุขหรือไม่ศาลรธน.นัดถก'ปู'ขอเลื่อนแจง ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 16 ปี มีการบรรยายหัวข้อ'ธรรมะกับการปฏิบัติหน้าที่' โดยพระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม มีนายจรูญ อินจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อาทิ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายบุญส่ง กุลบุปผา นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายเฉลิมพล เอกอุรุ และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเข้าร่วมพิธี นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงความคืบหน้าคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 268 และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ว่า ขณะนี้ได้รับคำขอขยายเวลาชี้แจงข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแล้ว ทางศาลรัฐธรรมนูญกำหนดจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในที่ประชุมวันที่ 23 เม.ย. เวลา 09.30 น. ว่าจะพิจารณาอนุญาตตามคำขอหรือไม่ ถ้าให้ตามคำขอก็ต้องหารือกันว่าจะให้กี่วัน อย่างไรก็ตามการดำเนินการของ นายกฯ ถือว่าเป็นไปตามกรอบเวลา 15 วัน เป็นสิทธิของผู้ถูกร้องตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย ข้อที่ 7 ส่วนดุลพินิจในการพิจารณาจะเป็นของตุลาการฯ ว่าจะให้ตามคำขอหรือไม่ กระบวนการดังกล่าวนี้เป็นไปตามกระบวนการทางยุติธรรม เมื่อถามว่า หากศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลาชี้แจง นายกฯ มีสิทธิ์ชี้แจงข้อกล่าวหาถึงวันที่ 23 เม.ย.ใช่หรือไม่ นายเชาวนะกล่าวสั้นๆ ว่า จะพูดแบบนั้นก็ได้ แต่ในทางศาลไม่สามารถพูดแบบนี้ได้'ธวัช'แจงคดีข้าวต่อปปช. ที่สำนักงานป.ป.ช. นนทบุรี พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกฯ เดินทางมาให้ปากคำต่อในฐานะพยานโครงการรับจำนำข้าว ที่ได้รับมอบหมายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ลงไปตรวจสอบปัญหาสต๊อกข้าวในโกดัง ภายหลังให้ปากคำเป็นเวลา 3 ชั่วโมง พล.ต.ต.ธวัชกล่าวว่า ป.ป.ช.ซักถามถึงวิธีการ ขั้นตอนและผลการตรวจสต๊อกข้าวในโกดังตามที่นายกฯ มอบหมายให้ตรวจสอบ ได้ชี้แจงว่าการตรวจสต๊อกข้าวใช้เจ้าหน้าที่ 3 หมื่นคนในการลงพื้นที่ตรวจสอบทั่วประเทศ ผลการตรวจสอบพบว่าไม่มีปัญหาการทุจริตในโครงการ ส่วนโรงสีที่มีปัญหามีเพียงไม่กี่แห่งและได้ลงโทษไปแล้ว รู้สึกพอใจการให้ปากคำครั้งนี้ มั่นใจว่าชี้แจงได้ไม่มีปัญหา เพราะเป็นเรื่องที่ได้ตรวจสอบด้วยตัวเองทุกขั้นตอน นอกจากนี้ได้ยื่นเอกสารประกอบการชี้แจงเกี่ยวกับผลการตรวจสต๊อกข้าว 78 แผ่น รายงานข่าวจากป.ป.ช.แจ้งว่า ในวันที่ 18 เม.ย. เวลา 10.00 น. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง จะเดินทางมาให้ปากคำในฐานะพยานคดีจำนำข้าวต่อป.ป.ช. ในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลโครงการดังกล่าว ส่วนการพิจารณากรณีทีมทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอให้ป.ป.ช.ไต่สวนพยานโครงการรับจำนำข้าวเพิ่มเติมอีก 2 ปากคือนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนายสมชัย สัจจพงษ์ ผอ.สำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นั้น ที่ประชุมป.ป.ช.ยังไม่มีมติว่าจะอนุญาตให้มาเป็นพยานหรือไม่ เนื่องจากต้องขอรอฟังคำชี้แจงจากนายกิตติรัตน์ก่อน หากคำชี้แจงของนายกิตติรัตน์เพียงพอ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มพยานอีก แต่หากเห็นว่าคำให้การของนายกิตติรัตน์ยังไม่เพียงพอ จึงจะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้เพิ่มการสอบปากคำพยานทั้งสองปากหรือไม่เลขาฯ ปปช.โต้แถลงการณ์ศอ.รส. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวกรณีศอ.รส.ออกแถลงการณ์มีเนื้อหาพาดพิงถึงการทำงานป.ป.ช.ในคดีของน.ส. ยิ่งลักษณ์ว่า ถือว่าแถลงการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นแค่การให้ข้อแนะนำ ยังไม่ได้เข้ามาก้าวล่วงถึงการทำงานของป.ป.ช. แต่ถ้าจะมาก้าวก่ายตนเห็นว่าศอ.รส.ก็ไม่มีสิทธิ์และไม่สมควร ขอยืนยันว่าป.ป.ช.ทำงานอย่างตรงไปตรงมา จากการที่มีการพาดพิงกรรมการป.ป.ช.นั้นคงจะต้องพิจารณาดูว่าจะมีผลกระทบต่อการทำหน้าที่หรือไม่ ถ้าพิจารณาแล้วว่ามีผลกระทบกรรมป.ป.ช.อาจต้องมีมาตร การใดมาตรการหนึ่งออกมา ทั้งหมดคงจะต้องอยู่ในดุลยพินิจของกรรมการป.ป.ช.เผยไอพียูสอบกรณี'308 สส.-สว.' ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.ภูวนิดา คุณผลิน อดีตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายต่างประเทศพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการเดินทางไปยื่นหนังสือถึงเลขาธิการสหภาพรัฐสภาสากล (ไอพียู) เพื่อขอให้ไอพียูย้ำเตือนประเทศไทยกรณีการบังคับใช้กฎหมายภายในให้สอด คล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ไอซีซีพีอาร์) หลังส.ส.และส.ว. 308 คน ถูกกล่าวหาว่าล้มล้างระบอบประชาธิปไตย และถูกยื่นถอดถอนสิทธิทางการเมืองโดยคณะกรรม การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.จารุพรรณ กล่าวว่า ภายหลังการยื่นหนังสือในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยขอให้ไอพียู ตรวจสอบองค์กรที่กำลังตรวจสอบกรณี 308 ส.ส.และส.ว.ร่วมแก้รัฐธรรมนูญและขอให้ตรวจสอบการถอนประกันนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ในคดีการก่อการร้าย และกรณีการสอบสวนโครงการรับจำนำข้าว ล่าสุดไอพียูแจ้งมายังคณะทำงานว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าวและส่งหมายเตือนไปยังประเทศไทยเรียบร้อยแล้วพท.ชี้โลกจับตามองยุติธรรมไทย น.ส.จารุพรรณ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้องค์กรระหว่างประเทศทั้งไอพียู สหประชาชาติ และนานาประเทศกำลังติดตามว่าองค์กรอิสระที่มีอำนาจเทียบเท่าศาลอย่างป.ป.ช.ที่มีการตรวจสอบเรื่องต่างๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปสังเกตการณ์จะอธิบายความเป็นนิติรัฐ นิติธรรมได้ยากลำบาก ดังนั้นองค์กรระหว่างประเทศที่ดูแลและคุ้มครองหลักประชาธิปไตยและหลักสิทธิมนุษยชนจึงต้องตรวจสอบการพิจารณาคดีอย่างใกล้ชิด โดยจะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน หากเจ้าพนักงานยุติธรรมคนใดละเมิดอนุ สัญญาระหว่างประเทศจะถูกขึ้นบัญชีดำในระดับนานาชาติได้ ทั้งนี้ทุกเรื่องจะถูกตัดสินในวันที่ 18 เม.ย.นี้ ขอให้ทุกฝ่ายร่วมติดตาม เมื่อถามว่า หากป.ป.ช.ยืนยันว่าการตรวจสอบดังกล่าวเป็นกระบวนการภายในประเทศ องค์กรต่างชาติไม่สามารถก้าวก่ายได้ น.ส.จารุพรรณกล่าวว่า ประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีอนุสัญญาต้องยึดตามกรอบอนุสัญญาระหว่างประเทศ โดยต้องให้ความสำคัญถึงสิทธิในการพิจารณาอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้เรื่องการตรวจสอบ 308 ส.ส.และส.ว.ว่ามีความผิดล้มล้างประชาธิปไตยเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่มีผู้คนให้ความสนใจ รวมถึงเรื่องการถอนประกันนายณัฐวุฒิและนายจตุพรซึ่งจะมีผลในวันที่ 18 เม.ย. ทำให้สงสัยว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นานาอารยประเทศจึงให้ความสำคัญพท.ยืนมติ 53 พรรคถก'กกต.' นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย ที่มีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เป็นประธานร่วมว่า ที่ประชุมได้หารือกรณี กกต.เชิญพรรคการเมืองประชุมเรื่องจัดการเลือกตั้งในวันที่ 22 เม.ย.นี้ พรรคเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่ กกต.จะเร่งดำเนินการหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปและจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว พรรคจะส่งนายจารุพงศ์และนายโภคิน พลกุล กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนร่วมประชุมและเสนอแนะเรื่องต่างๆ ต่อ กกต.โดยเฉพาะกรณีข้อสรุปของ 53 พรรคการเมืองที่มีมติร่วมกันว่าให้ กกต.จัดการเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน เราจะยืนยันตามมติเดิมที่ประชุมพรรคเห็นว่าถ้า กกต.จัดการเลือกตั้งได้เร็วเท่าไรจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่าจะจัดเลือกตั้งภายใน 90 วันนั้นจะช้าเกินไป ประเทศจะเสียโอกาส นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้หารือกรณีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย จะขอเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 24 เม.ย.นี้ว่า พรรคเพื่อไทยเป็นกังวล ถือเป็นการกระทำที่น่าจะมีนัยยะทางการเมือง เร่งรัดดำเนินการหรือไม่ เพราะวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งส.ว.เลือกตั้งจะมีการรายงานตัวแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายควรให้ส.ว.เลือกตั้งมีส่วนร่วมในการประชุม ทั้งเรื่องการแต่งตั้งป.ป.ช.หรือการถอดถอนบุคคลจะเหมาะสมกว่า อยากให้นายสุรชัยคำนึงด้วยว่าการกระทำดังกล่าวจะเหมาะสมหรือไม่เด็จพี่แนะ'สมชัย'ทบทวนบทบาท นายพร้อมพงศ์กล่าวกรณีนายสมชัยโพสต์ข้อความตำหนิกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาลใช้คำว่าต่ำ ถ่อย ซึ่งไม่เหมาะสมว่า การแสดงออกขององค์กรอิสระตามรัฐธรรม นูญ โดยเฉพาะกกต.ที่ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง แต่กลับโพสต์ข้อความว่าฝ่ายตรงข้ามว่าต่ำ เถื่อน ถ่อย ไม่น่าคบ แสดงให้เห็นถึงอคติ ซึ่งไม่เหมาะสมของการดำรงตำแหน่งเป็น กกต. แม้จะโพสต์ข้อความขออภัยในภายหลังเพราะถูกหลายฝ่ายติติง ดังนั้น ขอให้เป็นการกระทำครั้งสุดท้าย และขอให้นายสมชัยทบทวนบทบาทและพฤติกรรมการทำงานด้วย อะไรที่เป็นความเห็นส่วนตัวอย่าโพสต์ เพราะจะกระทบต่อภาพรวมของ กกต. นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีกล่าวหาว่าลูกพรรคเพื่อไทยหนีบข้าราชการไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่จริง เป็นการกล่าวหาซ้ำๆ ซากๆ ก่อนหน้านี้ก็โพสต์เรื่องกระเป๋าร้อยใบที่สนามบินสุวรรณภูมิของนายกฯ ซึ่งก็ไม่เป็นความจริง การกระทำของทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์เป็นการกุข่าว กล่าวหา ใส่ราย บิดเบือน ไม่สร้างสรรค์ ส่วนสมาชิกพรรคเพื่อไทยคนใดที่จะบินไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณพรรคไม่ห้ามเพราะเป็นสิทธิเสรีภาพ สมาชิกพรรคประชา ธิปัตย์ยังไปร่วมเคลื่อนไหวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะที่นายอภิสิทธิ์ก็ไม่สั่งห้ามยังปล่อยให้เคลื่อนไหวปลุกระดมประชาชนอยู่ ตนจะยื่นหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์อีกในสัปดาห์นี้ไม่ขวางถ้ากกต.อยากถ่ายสดหารือ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีปัญหาจะมีหรือไม่มีการถ่ายทอดสดการประชุมร่วมกกต. สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ควรทำคือเกลี้ยกล่อมให้หัวหน้าพรรคเห็นด้วยกับการเลือกตั้งเสียก่อน พรรคเห็นว่า การเลือกตั้งควรจะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดและไม่ควรเกิน 60 วัน จะได้มีรัฐบาลมาบริหารประเทศ ไอเอ็มเอฟ ธนาคารแห่งประเทศไทยและสภาพัฒน์ปรับลดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลงมาเหลือ 2.5% งบลงทุน การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ การอนุมัติงบประมาณลงทุนที่จะเป็นการสูบฉีดเลือดให้กับประเทศติดขัด หยุดชะงัก เพราะคู่หูดูโออย่างนายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพสมคบคิดกันไม่ให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุสรณ์ ยังกล่าวกรณีนายอภิสิทธิ์ ระบุพ.ต.ท.ทักษิณหวังดันนิรโทษกรรมอยู่เพราะยังไม่ได้ 4.6 หมื่นล้านบาทคืนว่า เรื่องนิรโทษกรรมจบแล้ว พรรคเพื่อไทยก็ไม่มีนโยบายเรื่องนี้แล้ว และพ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยบอกว่าอยากได้เงินคืน ทุกครั้งที่พ.ต.ท. ทักษิณพูดพรรคประชาธิปัตย์เหมือนฉลามได้กลิ่นเลือด กระโจนเข้าใส่โดยไม่รีรอ พ.ต.ท.ทักษิณจึงตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้ นายอภิสิทธิ์ควรพอได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดทุกวันพท.ชี้คำร้อง'ไพบูลย์'ขัดรธน. รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมพรรคเพื่อไทย ที่ประชุมหารือกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสถานภาพนายกฯ และครม.กรณีการโยกย้ายนายถวิล โดยเห็นคำว่าคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ขัดรัฐธรรมนูญเสียเอง เพราะเมื่อดูตามข้อเท็จจริงแล้วนายกฯ ใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ได้ใช้อำนาจก้าวก่าย แทรกแซงแต่อย่างใด ซึ่งศาลต้องพิจารณารายละเอียดให้ดี
พยาน - พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกฯ เข้าให้ถ้อยคำต่อป.ป.ช.ในฐานะพยานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.
รายงานระบุด้วยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมกังวลคำร้องที่ให้ศาลพิจารณาการแต่งตั้ง นายกฯ ตามมาตรา 7 กรณีที่นายกฯ สิ้นสภาพด้วย ถือเป็นคำร้องที่แปลกประหลาดและคงจะเกิดขึ้นที่เดียวในโลก ที่ประชุมมองว่าหากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามคำร้องนี้ บ้านเมืองคงจะวุ่นวายและจะหาบรรทัดฐานให้กับประเทศไม่ได้อีกต่อไป เป็นคำร้องที่ไม่ต่างจากการทำรัฐประหาร ทั้งนี้ที่ประชุมได้หารือถึงเรื่องการจัดการเลือกตั้ง โดยเห็นตรงกันว่า กกต.จะต้องเร่งจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด ขณะที่รัฐบาลจะต้องอยู่รักษาการต่อไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เพื่อไม่ให้ประเทศเกิดสุญญา กาศ แม้วอยากให้ยึดกติกา-ให้อภัยกัน นายนพดล ปัทมะ กรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากศาลวินิจฉัยให้นายกฯ และ ครม.พ้นสภาพนั้น เชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะออกมาเคลื่อนไหวแน่นอน ถือเป็นสิทธิ ซึ่งจะเคลื่อนไหวโดยสันติวิธีสงบ สันติ ปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงพลังว่าเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเชื่อว่าไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อไปปะทะกับ กปปส.หรือสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง แกนนำ นปช.จะสามารถดูแลและรักษาความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ นายนพดล ในฐานะที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ระหว่างพำนักที่ประเทศจีนและเกาะฮ่องกง โดย พ.ต.ท.แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ อยากให้เรายึดกฎหมาย ยึดกติกา อยากให้บ้านเมืองสงบ อยากให้มีการเปลี่ยนผ่านด้วยสันติวิธี ไม่อยากให้มีการเสียเลือดเนื้อ อยากให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ควรให้อภัยและปรารถนาดีต่อกัน ลืมอดีตกันบ้าง ปีใหม่ไทยขอให้ตั้งต้นใหม่ ไม่อยากให้อยู่ในวังวนของความขัดแย้งหรือตอบโต้กันรายวัน ทั้งนี้ในส่วนที่องค์กรอิสระกำลังตรวจสอบนายกฯ และรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยสถานภาพนายกฯ และครม.นั้น พ.ต.ท.ทักษิณแสดงความเป็นห่วง น.ส.ยิ่งลักษณ์ทั้งในสถานะนายกฯ และในสถานะน้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าเป็นห่วงนายกฯ ซึ่งทำงานหนัก รักษากติกาบ้านเมืองมาโดยตลอด แต่กลับจะถูกวินิจฉัยอย่างไม่เป็นธรรมปชป.โต้แถลงการณ์ศอ.รส. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค แถลงหลังศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่องข้อเรียกร้องต่อฝ่ายต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยว่า 1.ศอ.รส.ปฏิบัติงานเกินขอบเขตและอำนาจหน้าที่ได้รับมอบหมาย 2.ข่มขู่และดูหมิ่นการตรวจสอบถ่วงดุลของประเทศไทย 3.ข่มขู่และดูหมิ่นกระบวนการยุติธรรมและกระบวนการตามรัฐธรรมนูญของไทย 4.ตั้งตนเป็นศาลรัฐธรรมนูญและกระบวนการยุติธรรมเสียเอง 5.ปฏิเสธและโจมตีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ "6.แถลงการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นกบฏ เป็นการโจมตีโครงสร้างกระบวนการประชา ธิปไตยอย่างร้ายแรง และกรรมการศอ.รส.ที่ลงมติในแถลงการณ์ถือว่าเข้าข่ายกบฏอย่างร้ายแรง ส่วนนักการเมืองที่เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญามาตรา 157 ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมหลักฐาน นำข้อกฎหมายมาประกอบกับแถลงการณ์ของศอ.รส.เพื่อดำเนินการฟ้องร้องต่อไป" นายชวนนท์กล่าวเรียกร้อง'ปู-ปึ้ง'ต้องรับผิดชอบ โฆษก ปชป. กล่าวอีกว่า 7.เป็นการกระทำระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และ 8. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องรับผิดชอบในฐานะผอ.รักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และจะต้องดำเนินการกับกรรมการศอ.รส.ทั้งหมด เพราะศอ.รส.ไม่มีหน้าที่มาสั่งศาล ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ดำเนินการใดๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้เห็นเป็นใจกับแถลงการณ์ดังกล่าว รวมทั้งนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รอง นายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแลศอ.รส.ต้องรับผิดชอบ ออกมาขอโทษประชาชนที่ออกแถลงการณ์ฉบับนี้ โดยนายธาริตและนายชัยเกษม ที่เป็นผู้ออกมาแถลงการณ์ดังกล่าวจะต้องถูกดำเนินคดีก่อน และต้องตรวจสอบว่าทั้ง 2 คน ออกมาแถลงในฐานะส่วนตัวหรือเป็นมติของศอ.รส. หากเป็นมติศอ.รส.คณะกรรมการที่ร่วมลงมติก็จะถูกดำเนินคดีด้วย ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงที่เข้าร่วมประชุมศอ.รส.ควรออกมาปกป้องประเทศไทยจากแผนศอ.รส.ครั้งนี้ นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย อ้างมติ 53 พรรคการเมืองเห็นให้มีการเลือกตั้งว่า ถึงเวลานี้จุดยืนของ 52 พรรคอาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วตามสถานการณ์ทางการเมือง ดังนั้นการอ้างเช่นนี้ เป็นการอ้างถึงเจรจาการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งเป็นโมฆะไปแล้ว ไม่ใช่การเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนที่นายพร้อมพงศ์ระบุว่ามีการล็อบบี้ผู้ต้องหาคดีการคัดค้านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ให้หลุดคดีนั้น ขอให้นายพร้อมพงศ์นำหลักฐานมาแสดง เพราะการพูดจาลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานถือเป็นการดูถูกคนใต้มาร์ค ห่วง สมชัย ตกเป็นเป้าโจมตี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ให้สัมภาษณ์กรณีนายสมชัย โพสต์ เฟซบุ๊กระบุผู้สนับสนุนรัฐบาลหยาบคาย ถ่อย เถื่อน ว่า สิ่งที่ไม่สบายใจคือสถานะของนายสมชัยในฐานะ กกต. คงจะต้องระมัดระวัง เพราะการออกมาแสดงออกในลักษณะตอบโต้ หรือเป็นเสมือนกับว่าเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้นคงไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร เกรงว่าจะเป็นเหยื่อ ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนที่อยู่ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ทั้งนี้เชื่อว่ากกต.ทุกคน พยายามจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม แต่เมื่อมาเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ก็อยากจะให้อดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องช่วงเวลาในการเลือกตั้งไม่ใช่จุดหลักที่ต้องพิจารณา และไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง แต่ที่ต้องพิจารณาคือเงื่อนไขอะไรที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับและเป็นไปด้วยเรียบร้อย ซึ่งต้องมาช่วยกันทำ ทำได้เร็วเท่าไรก็ดีเท่านั้นสามารถเลือกตั้งได้เร็ว ถึงบอกว่าแทนที่ กกต.จะตั้งคำถามว่าจะเลือกตั้งกันเมื่อไร ทำไมไม่ตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเรียบร้อย ก็จะได้คำตอบที่สมเหตุสมผลกับสิ่งที่เราจะช่วยกันพิจารณา ดังนั้นหวังว่าวันที่ 22 เม.ย.นี้ กกต.จะตั้งคำถามแล้วช่วยกันหาคำตอบในสิ่งที่เป็นคำตอบของประเทศมากกว่าคำตอบพรรคการเมือง ส่วนตนจะไปร่วมหารือกับกกต.หรือไม่กำลังดูว่าคนที่เชิญมานั้นจะมีใครไปบ้าง อยากให้กกต.ระบุให้ชัดเจนกกต.ชงเลือกตั้งภายใน 60 วัน เวลา 15.15 น. ที่สำนักงาน กกต.จัดพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปและรดน้ำดำหัว กกต.เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ มีนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.กิจการพรรคการเมือง นายประวิช รัตนเพียร กกต.กิจการการร่วม นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.กิจการการสืบสวนและวินิจฉัย และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กิจการบริหารงานเลือกตั้ง เข้าร่วม พร้อมเพรียง นายศุภชัย กล่าวภายหลังการประชุมกกต. ว่า ที่ประชุมพิจารณากรอบการหารือที่กกต.จะนำไปหารือกับพรรคการเมืองวันที่ 22 เม.ย. เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสม โดยจะเสนอกรอบเวลาพร้อมเหตุผลให้พรรค การเมืองพิจารณา กกต.เห็นว่าควรมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายใน 60 วันนับแต่พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งใหม่มีผลบังคับใช้ รวมทั้งจะบอกถึงการแก้ไขระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค ทำให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จ ก็น่าจะเป็นไปตามที่นายสมชัยเสนอก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้มี 42 พรรคการเมืองตอบรับเข้าร่วมประชุมแล้ว ยังขาดพรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานงานศุภชัยขอเชิญ'หน.ปชป.'มาถก นายศุภชัย กล่าวว่า อยากขอเชิญหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้มาร่วมประชุม เพราะการเลือกตั้งไม่ใช่งานของ กกต.แต่เป็นงานของประเทศ อีกทั้งหน้าที่ของพรรคการเมืองคือการต้องส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง จึงควรจะได้มาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกัน แต่หากไม่เข้าร่วมกฎหมายก็ไม่ให้อำนาจกกต.หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองไปสั่งการอะไร โดยข้อเท็จจริงแล้วกกต.สามารถพิจารณากำหนดวันเลือกตั้งได้เอง แต่ที่เชิญทุกพรรคการเมืองมาหารือเพราะกกต.ให้เกียรติ อยากจะรับฟังความคิดเห็น อย่างไรก็ตามที่ประชุมกกต.วันนี้ยังมีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวม 3 รายด้วย เมื่อถามว่า ศอ.รส.ออกแถลงการณ์จี้ให้กกต.เร่งจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว และระบุว่า มีกกต.คนหนึ่งมีพฤติกรรมเอนเอียงที่เข้าข่ายดำเนินคดีได้ นายศุภชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า'เขามาสั่งไม่ได้หรอก เพราะอำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ถ้าเขาจะดำเนินคดีอาญาก็ทำไป ไม่ได้หวั่นไหวอะไร' รายงานว่า คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ว.กทม.จะเดินทางเข้าชี้แจงต่ออนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของกกต.กทม.ในวันที่ 18 เม.ย. เวลา 10.00 น. กรณีถูกกล่าวหาว่าให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา หาเสียงชี้นำให้เลือกตนเองในการปราศรัยที่เวทีกปปส. สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมาสมชัย โพสต์ขอโทษแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายสมชัยโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ตำหนิกลุ่มคนสนับสนุนรัฐบาลว่าเป็นคนหยาบคาย เถื่อน ฯลฯ จนทำให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ในช่วงดึกวันเดียวกัน นายสมชัยก็ได้โพสต์ข้อความขออภัยกับการเขียนข้อความดังกล่าว โดยระบุว่า "ขออภัยที่โพสต์ข้อความแล้ว กระตุ้นความรู้สึกผู้สนับสนุนรัฐบาลและพวกเสื้อแดงมากไปหน่อย จริงแท้แล้วมิได้หมายถึงทุกคนในกลุ่มนี้ แต่หมายถึงบางคนที่อาจเป็นส่วนน้อยนิดของกลุ่มที่ใช้ถ้อยคำ ต่ำ หยาบคาย เถื่อน ถ่อย ลามก ในพื้นที่เฟซส่วนตัวของผมจนเกินกว่าที่จะรับได้ จึงได้มีการโพสต์ข้อความในลักษณะดังกล่าวออกไป ด้วยเจตนามิต้องการให้คนในสังคมไทยติดอยู่ในพฤติกรรมหยาบช้าเช่นนี้ อยากให้สังคมอยู่กันด้วยเหตุผลและยอมรับความคิดที่ต่างกัน ขอขอบคุณผู้สนับสนุนรัฐบาลและเสื้อแดงหลายคนที่โพสต์เข้ามาเพื่อให้สติ ท่านเป็นกลุ่มที่มีเหตุผล และเหตุผลของท่านจะเป็นส่วนให้ผมพิจารณาถึงบทบาทหน้าที่ต่างๆ ให้เกิดความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปครับ" ที่สำนักงาน กกต.จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มคนเสื้อแดงนำโดยนายพิเชษฐ์ ทาบุดดา นำสมาชิกจำนวนหนึ่งเคลื่อนขบวนด้วยรถกระจายเสียงมาเปิดปราศรัยโจมตีนายสมชัย ที่โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 16 เม.ย. และยังนำโลงเขียนชื่อ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ซึ่งประกาศทางเฟซบุ๊กจัดตั้ง "องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน" มาวางปิดทางเข้า-ออกสำนักงาน กกต.อุบลราชธานี และให้สมาชิกแต่งตัวเป็นพระมาสวดบังสุกุลก่อนจุดไฟเผา เพื่อเป็นการประท้วง โดยมีกำลังตำรวจและ อส.มาคอยดูแลความสงบและได้พากันสลายตัวไปหลังใช้เวลาชุมนุมอยู่ราว 1 ชั่วโมงสดศรี ห่วงความเห็นส่วนตัวกกต. นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกกต. ให้สัมภาษณ์กรณีการโพสต์ข้อความโจมตีรัฐบาลและคนเสื้อแดงของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ว่า การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวบนสื่อออนไลน์นั้นทำได้ แต่ต้องดูด้วยว่าความคิดเห็นบางอย่างส่งผลกระทบต่อส่วนรวมด้วยหรือไม่ เพราะหากเป็นบุคคลทั่วไปนั้นก็คงจะไม่เป็นไร แต่การมีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการองค์กรอิสระที่ต้องทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลางนั้นต้องระมัดระวัง "หากประชาชนเห็นว่า เป็นการวางตัวไม่เป็นกลางของคณะกรรมการองค์กรอิสระสามารถแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 157 ได้ที่สถานีตำรวจ สังคมเกิดความสงสัยได้ว่าความคิดเห็นของนายสมชัยนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว หรือเป็นมติร่วมกันของกกต.ที่จะมีผลทางกฎหมาย จึงต้องให้ประธานกกต.ตอบคำถามด้วยว่าสิ่งที่นายสมชัยแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวหรือมติกกต. โดยให้ทางสำนักงาน กกต.แถลงการณ์"นางสดศรีกล่าวหนุนรัฐบาลชงพรฎ.เลือกตั้งเอง นางสดศรี กล่าวกรณีพรรคสังคมประชาธิปไตย หรือเอสพีดี ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของเยอรมนีเรียกร้องให้ประเทศไทยมีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วว่า ต่างประเทศเห็นแล้วว่าวิกฤตทางการเมืองของประเทศ ไทยกำลังจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น เนื่องจากขณะนี้อยู่ในระหว่างการวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะชี้ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองไม่มีรัฐบาลตามมา สายตาจากต่างประเทศที่เป็นประชา ธิปไตยจึงมองว่าทางออกจากความขัดแย้งก็คือการเลือกตั้ง แต่จากปฏิทินของนายสมชัยก็พบว่ามีการกำหนดวันเลือกตั้งในเดือนก.ค. หรืออีกนานถึง 3 เดือนนับจากนี้ "จึงอยากเสนอให้รัฐบาลรีบหารือพรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อตราแก้ไข พ.ร.ฎ. กำหนดวันเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอ กกต.เพราะอำนาจหน้าที่การตราพ.ร.ฎ.ถือเป็นอำนาจของรัฐบาลโดยตรง เพื่อจะไม่ให้เกิดช่องโหว่ทางการเมืองขึ้น หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ให้นายกฯ หรือ ครม.ทั้งชุดสิ้นสภาพ สังคมจะได้มีหลักร่วมกันคือวันเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะสามารถหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และเชื่อว่าครั้งนี้ กกต.จะสามารถจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อยได้ เนื่องจากมีประสบการณ์จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.แล้ว ขณะนี้ก็กำลังมีการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งเพิ่มเติม เพื่อทำให้มีการรับสมัครทางอินเตอร์เน็ตได้ ปัญหามีมวลชนมาปิดล้อมสถานที่รับสมัครจึงไม่น่ามีปัญหา หน่วยเลือกตั้งก็สามารถเข้าไปจัดในพื้นที่เขตทหารก็น่าจะป้องกันการขัดขวางการเลือกตั้งได้วสันต์แจงปมศาลรธน.รับคดี'ปู' นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวกรณีพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับวินิจฉัยสถานะนายกฯ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) จากกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังปฏิบัติหน้าที่ นายกฯ อยู่ต่อไปจนมีรัฐบาลใหม่เข้ามา รวมทั้งยังมีอำนาจสั่งการข้าราชการได้อยู่ เพียงแต่อำนาจถูกจำกัดลงโดยรัฐธรรมนูญมาตรา 181 เท่านั้นเอง จึงถือว่าเหตุแห่งการวินิจฉัยยังมีอยู่ และอยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัย ส่วนกรณีจำหน่ายคดีวินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เพราะไม่ได้เป็นส.ส. ไม่ได้รักษาการส.ส. หรือกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส.หรือไม่ จากกรณีป.ป.ช.ชี้มูลจากเหตุทุจริตที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ แต่เมื่อนายยงยุทธลาออกจากทุกตำแหน่งทางการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติไม่รับคำร้องเพราะหมดเหตุแห่งการวินิจฉัยแล้ว นายวสันต์ กล่าวว่า ดังนั้น ที่กล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญสองมาตรฐานจึงไม่ถูกต้อง เพราะถ้าจะบอกว่าสองมาตรฐานรายละเอียดของเรื่องทั้งสองเรื่องต้องเหมือนกันทุกกรณี แต่ตัดสินต่างกันชี้ผิดเฉพาะตัวไม่เกี่ยวครม. นายวสันต์ กล่าวด้วยว่า กรณีมีคนขโมยของในห้างสรรพสินค้า ต่อมาเอาของไปคืนโดยวางไว้ในที่เดิม ถือว่าความผิดที่ได้ทำหมดไปหรือไม่ ในทางกฎหมายถือว่าความผิดสำเร็จไปแล้ว แต่การนำของมาคืนถือเป็นเหตุให้บรรเทาโทษเท่านั้น และส่วนตัวเห็นว่าถ้าศาลฯ วินิจฉัยว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์กระทำขัดรัฐธรรมนูญจริง ความเป็นนายกฯ ก็ต้องสิ้นสุดลงทันที เพราะตามรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นการสิ้นสุดลงเฉพาะตัวจะอยู่รักษาการก็ไม่ได้ และแม้โดยปกติเมื่อนายกฯ พ้นจากตำแหน่งก็จะมีผลให้คณะรัฐมนตรีพ้นไปทั้งคณะด้วย แต่กรณีนี้เป็นการสิ้นสุดลงเฉพาะตัว คณะรัฐมนตรีจะพ้นไปทั้งคณะด้วยหรือไม่ก็ต้องไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ที่บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ "ก่อนหน้านี้ที่มีการยุบ 3 พรรคการเมืองซึ่งมีผลให้นายกฯ ในขณะนั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง รองนายกฯ ในขณะนั้นก็ทำหน้าที่รักษาการแทน ส่วนจะเทียบเคียงหรือไม่ก็ขอให้ลองคิดดู ส่วนตัวเห็นว่าบ้านเมืองไม่ควรเกิดสุญญากาศไม่มีฝ่ายบริหาร แต่ก็อาจไม่ถูกใจใครหลายๆ คน"นายวสันต์กล่าววุฒิสภายื่นขอเปิดประชุม 18 เม.ย. เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา เรียกประชุมทีมกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อหารือในประเด็นการเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญที่ไม่ได้เป็นไปตามกำหนดเวลาเดิม คือ วันที่ 18 เม.ย.นี้ เบื้องต้นจะหารือถึงการปรับกรอบการทำงานของวุฒิสภาในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อไป นายสุรชัย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ช่วงบ่ายวันนี้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะทำหนังสือยืนยันเปิดสมัยประชุมวิสามัญไปยังนายกฯ อีกครั้ง โดยกำหนดกรอบเวลาการเปิดประชุมสมัยวิสามัญวันที่ 24 เม.ย. จะแจ้งให้ทราบถึงกรอบการทำงานในการพิจารณาด้วยคือ 1.การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง โดยข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาต้องนำเสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมภายใน 20 วันหลังจากได้รับเรื่องจากป.ป.ช. แต่ขณะนี้เหลือเวลาเพียง 2 วัน ยอมรับว่าทำงานไม่ทันตามกรอบเวลาแน่ และ 2.การแต่งตั้งกรรมการป.ป.ช. ที่ระบุให้วุฒิสภานำรายชื่อบุคคลที่ได้รับจากกรรมการสรรหามาพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อที่ประชุมภายใน 30 วัน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นจะต้องทำงานให้ทันภายในกรอบเวลาไม่ปิดช่องชงถกนายกฯ ม.7 นายสุรชัย กล่าวว่า หากครม.เห็นว่าวันที่ 24 เม.ย.กระชั้นชิดเกินไป สำนักงานยังมีช่วงเวลาให้พิจารณาคือวันที่ 30 เม.ย. ส่วนจะมีการเสนอนายกฯ มาตรา 7 หรือไม่นั้น ตนเชื่อใจส.ว.ทั้ง 150 คนจะพิจารณาว่าเรื่องไหนสมควรจะพิจารณาในที่ประชุม ส่วนตนในฐานะคนที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมไม่มีอำนาจในการสั่งให้พิจารณาเรื่องใด มีหน้าที่เพียงกำกับการประชุมให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยเท่านั้น และยังไม่เห็นมีสมาชิกคนไหนพูดว่าจะมีการเสนอเป็นญัตติด่วน แต่หากจะเสนอก็สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ เมื่อถามว่า หากรัฐบาลยืนยันไม่สามารถเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญได้จะทำอย่างไร นายสุรชัยกล่าวว่า ไม่มีทางเลือกอื่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่เชื่อว่ารัฐบาลและวุฒิสภาจะทำความตกลงกันได้โดยไม่ต้องรบกวนศาล อย่างไรก็ตาม ตนได้ประสานไปยัง กกต.เพื่อให้รับทราบถึงกรอบการทำงานของกกต.ว่าจะประกาศรับรองส.ว.ที่เหลือได้เมื่อไร เพื่อไม่ให้กลายเป็นประเด็นปัญหาหรือความคลางแคลงใจว่าการประชุมวุฒิสภาจะใช้ส.ว.ชุดเดิมหรือชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่

จี้ 7 ฝ่ายสกัดสุญญากาศ ศอ.รส.รุก ห่วงผลคดี'ปู'ปลุกรุนแรงแนะตลก.-ปปช.ยุติธรรม ให้ครม.ใช้แนว'ชัยเกษม'ขอ'พระบรมราชวินิจฉัย'นายกฯยืดแจงปม'ถวิล'กกต.ชี้ยังเลือกตั้งไม่ได้

อวยพร -น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดโอกาสให้ปลัดกระทรวงและคณะผู้บริหารของกระทรวงต่างๆ เข้ารดน้ำอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 17 เมษายน
ศอ.รส.ออกแถลงการณ์เรียกร้อง 7 ฝ่ายร่วมมือ หวั่นรุนแรง จี้ ป.ป.ช.-ตลก.วินิจฉัยตรงไปตรงมา ศอ.รส.แถลงการณ์เรียกร้อง เมื่อวันที่ 17 เมษายน ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ได้ออกแถลงการณ์สรุปว่า ขณะนี้มีข้อมูลอย่างเพียงพอบ่งชี้ว่าจะเกิดความรุนแรงและเหตุร้ายขึ้น โดยเฉพาะการระดมจัดมวลชนให้มีการชุมนุมใหญ่ ทั้งของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และกลุ่มอื่นๆ ภายใต้เงื่อนไข การวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ ป.ป.ช.กำลังจะวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทำให้รัฐเสียหาย กรณีโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ หากวินิจฉัยว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีมูลแล้ว นายกรัฐมนตรีต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 กรณีเช่นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ตามมาตรา 181 หรือจะให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อให้คณะรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้โดยไม่เกิดสุญญากาศทางการบริหารประเทศมีมติขอให้7ฝ่ายร่วมมือศอ.รส. โดยมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 17 เมษายน เห็นสมควรออกแถลงการณ์ฉบับนี้เพื่อเรียกร้องต่อ 7 องค์กร ทั้งกลุ่มบุคคล คณะรัฐมนตรี และกลุ่มแกนนำผู้ร่วมชุมนุมตลอดจนพี่น้องประชาชน ดังนี้ 1.คณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอเรียกร้องให้พิจารณาดำเนินคดีและมีคำวินิจฉัยต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในกรณีโครงการรับจำนำข้าวอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติเป็น 2 มาตรฐาน 2.ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาและมีคำวินิจฉัยต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อย่างตรงไปตรงมา จะต้องไม่วินิจฉัยเกินเลยไปถึงขนาดว่าหากความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้ว รัฐมนตรีทั้งคณะจะต้องพ้นจากตำแหน่งไปตามมาตรา 180ให้ครม.กราบบังคมทูลทำงานต่อ 3.คณะรัฐมนตรี จะต้องแก้ไขปัญหามิให้เกิดสุญญากาศ เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเสียเอง คณะรัฐมนตรีก็ชอบที่จะทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยว่า คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากการอยู่ในตำแหน่งตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินจากรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะคณะรัฐมนตรีได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง การจะพ้นไปก็สมควรที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นไป มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ชี้ขาดเสียเองโดยฝ่าฝืนมาตรา 181 ดังกล่าว โดยในระหว่างทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยนั้น ให้กราบบังคมทูลด้วยว่าคณะรัฐมนตรีจะคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 181 การทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยเช่นนี้ก็เพื่อให้เกิดข้อยุติอันจะนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้านเมืองโดยมิต้องเกิดการใช้กำลังของกลุ่มคน 2 กลุ่มเข้าก่อเหตุร้ายต่อกัน และป้องกันมิให้คณะรัฐมนตรีกระทำผิดตามมาตรา 181 ด้วยจี้กกต.เร่งจัดเลือกตั้งโดยเร็ว 4.คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว 5.แกนนำของ กปปส. และ นปช. ศอ.รส. ขอเรียกร้องให้ยุติการชุมนุมและไม่ปลุกระดมเรียกคนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ เพราะเสี่ยงต่อการก่อเหตุร้าย 6.หัวหน้าส่วนราชการ ได้แก่ ปลัดกระทรวง เลขาธิการ อธิบดี และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออื่นๆ ได้ปฏิบัติหน้าที่ในราชการอย่างระมัดระวัง ให้สามารถปฏิบัติงานให้บริการประชาชนได้ตามปกติ โดยไม่ถูกบุกรุกหรือปิดล้อมจนไม่สามารถให้บริการได้ รวมถึงการกำชับ ตักเตือน และดูแลให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกับกิจกรรมใดๆ ที่อาจเข้าข่ายสนับสนุนแกนนำของกลุ่มเรียกร้องที่กระทำผิดกฎหมายและอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี เช่น กลุ่ม กปปส. และกลุ่มอื่นๆ 7.พี่น้องประชาชน ขอให้งดเว้นการเข้าร่วมชุมนุมไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม กปปส. และกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มอื่นใด เพราะก่อให้เกิดความขัดแย้งและเหตุร้ายจะรุนแรงขึ้นชัยเกษมแจงป้องกระทบกัน นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รองผู้อำนวยการ ศอ.รส. กล่าวถึงกรณี ศอ.รส. มีความมั่นใจอย่างไรว่าแถลงการณ์ฉบับนี้จะลดระดับความร้อนแรงทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ได้ว่า คิดว่าตอนนี้ไม่มีใครจะตอบได้ว่ามั่นใจแค่ไหน แต่ ศอ.รส.พยายามทำให้ดีที่สุด แถลงการณ์วันนี้เพื่อจะเตือนทุกฝ่ายให้เห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเรียกร้องข้อที่ 3 ต่อคณะรัฐมนตรีนั้น รัฐบาลมีความจำเป็นต้องทำตามหรือไม่ นายชัยเกษมกล่าวว่า แถลงการณ์ของ ศอ.รส.ออกมาจากการปรึกษาหารือกันใน ศอ.รส. ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาล เพราะฉะนั้นก็แล้วแต่รัฐบาลว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เห็นว่าจะทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายที่เห็นต่างกับรัฐบาลก็มองว่าเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ นายชัยเกษมกล่าวว่า ศอ.รส.แถลงการณ์ออกมา เป็นการเตือนทุกฝ่ายในส่วนที่ทุกฝ่ายควรจะทำเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในความคิดเห็นของ ศอ.รส. ฉะนั้นคนที่เห็นต่างย่อมจะมีได้ แล้วแต่จะวิพากษ์วิจารณ์กันไป "แนวความคิดของผม ถ้าไม่มีทางทำอะไรประการอื่นได้ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินนอกกฎหมาย นอกรัฐธรรมนูญ ไม่มีทางใดทำได้เราก็มีอย่างเดียว ต้องพึ่งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่คือแนวความคิด ศอ.รส. เห็นพ้องด้วยว่าถ้าดำเนินไปอย่างนั้น อย่างน้อยบ้านเมืองก็ไม่เป็นสุญญากาศ และไม่เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างบุคคลที่ไม่เห็นด้วย"นายชัยเกษมกล่าวปชป.เล็งเอาผิดศอ.รส.ข้อหากบฏ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ปชป.เห็นว่าแถลงการณ์ดังกล่าวของ ศอ.รส. 1.ปฏิบัติงานเกินขอบเขตและอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พูดบิดเบือนข้อเท็จจริง 2.ข่มขู่และดูหมิ่นการตรวจสอบถ่วงดุลของประเทศไทย 3.ข่มขู่และดูหมิ่นกระบวนการยุติธรรม และกระบวนการตามรัฐธรรมนูญของไทย 4.ตั้งตนเป็นศาลรัฐธรรมนูญและกระบวนการยุติธรรมเสียเอง เป็นการก้าวล่วงอำนาจตุลาการอย่างร้ายแรง 5.เป็นการปฏิเสธและโจมตีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ 6.แถลงการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นกบฏ เป็นการโจมตีโครงสร้างกระบวนการประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง และกรรมการ ศอ.รส.ที่ลงมติในแถลงการณ์ถือว่าเข้าข่ายกบฏอย่างร้ายแรง ส่วนนักการเมืองที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญามาตรา 157 ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมหลักฐาน นำข้อกฎหมายมาประกอบกับแถลงการณ์ของ ศอ.รส.เพื่อดำเนินการฟ้องร้องต่อไป 7.เป็นการกระทำระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และ 8.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน. และจะต้องดำเนินการกับกรรมการ ศอ.รส.ทั้งหมด "ปชป.จะตรวจสอบว่าแถลงการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นกบฏหรือไม่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และนายชัยเกษม นิติสิริ ผู้ออกมาแถลงการณ์ดังกล่าวจะต้องถูกดำเนินคดีก่อน หากเป็นมติ ศอ.รส.คณะกรรมการที่ร่วมลงมติก็จะถูกดำเนินคดีด้วย เพราะคำแนะนำขอทูลเกล้าฯนายรัฐมนตรีเองถือเป็นการปฏิวัติเงียบ หรือการปฏิวัติตัวเอง เพราะเป็นการรักษาอำนาจของตัวเองไว้"โฆษก ปชป.กล่าวทนายปูขอขยายเวลาแจง15วัน นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงศ์ หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกฯในฐานะผู้ถูกร้องในคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 268 และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182(7) หรือไม่ ทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้มอบหมายให้ทนายเข้ายื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการยื่นคำชี้แจงในคดีดังกล่าวออกไป 15 วันนับแต่วันที่ครบกำหนด15 วันที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ยื่นคำชี้แจงครั้งแรกคือวันที่ 18 เมษายน โดยให้เหตุผลว่าติดวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์หลายวัน จึงเตรียมเอกสารไม่ทันทางสำนักงานก็ได้แจ้งหนังสือดังกล่าวให้กับประธานศาลรัฐธรรมนูญได้รับทราบแล้ว ต้องขึ้นกับดุลพินิจของประธานศาลรัฐธรรมนูญว่าจะเรียกประชุมคณะตุลาการเป็นกรณีพิเศษเพื่อพิจารณาคำร้อง หรือว่าจะมอบหมายให้กับตุลาการคนใดรับผิดชอบพิจารณา อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าจะอนุญาตขยายระยะเวลาให้กับผู้ถูกร้องขอหรือไม่นั้น ศาลไม่จำเป็นต้องพิจารณาก่อนระยะเวลาครบกำหนดที่ศาลให้ยื่นคำชี้แจงครั้งแรกก็ได้ หรือถ้าอนุญาตก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องขยายเวลาให้ทั้ง 15 วัน ตามที่ขอก็ได้ตลก.ถกปูขอเลื่อน 23 เม.ย. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงถึงความคืบหน้าคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 268 และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ว่า ได้รับคำขอขยายเวลาชี้แจงข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดจะพิจารณาในที่ประชุมวันที่ 23 เมษายน เวลา 09.30 น. ว่าจะอนุญาตตามคำขอหรือไม่ ถ้าให้ตามคำขอก็ต้องหารือกันว่าจะให้กี่วัน ส่วนดุลพินิจในการพิจารณาก็จะเป็นของตุลาการฯว่าจะให้ตามคำขอหรือไม่ เมื่อถามว่า หากศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลาชี้แจง นายกฯมีสิทธิชี้แจงข้อกล่าวหาถึงวันที่ 23 เมษายนใช่หรือไม่ นายเชาวนะกล่าวสั้นๆ ว่า จะพูดแบบนั้นก็ได้ แต่ในทางศาลไม่สามารถพูดแบบนี้ได้ เมื่อถามว่า ความพยายามกดดันและข่มขู่การทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญจากมวลชนทั้ง 2 ฝ่าย จะส่งผลต่อการพิจารณาคดีหรือไม่ นายเชาวนะกล่าวว่า องค์คณะตุลาการฯไม่มีการนำประเด็นนี้ขึ้นมาหารือ จะพิจารณาคดีไปตามกระบวนการตามปกติ ส่วนการข่มขู่นั้นในข้อเท็จจริงยังไม่ทราบ กรณีขอขยายเวลาของนายกรัฐมนตรีนั้นจะคาดการณ์กันล่วงหน้าไม่ได้ ยืนยันว่าศาลทำหน้าที่เป็นไปตามกระบวนการ เงื่อนไขทางการเมืองไม่ได้อยู่ในกรอบการพิจารณาวสันต์ชี้ตลก.มีอำนาจรับปมถวิล นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งข้อสังเกตว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182(7) จากกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. เนื่องจากสถานะของนายกรัฐมนตรีได้สิ้นสุดลงนับแต่มี พ.ร.ฎ.ยุบสภาว่า ต้องถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอยู่ต่อไปจนมีรัฐบาลใหม่เข้ามาใช่หรือไม่ และยังรับเงินเดือน ใช้รถประจำตำแหน่งอยู่ อีกทั้งยังคงทูลเกล้าฯการออกพระราชกฤษฎีกาต่างๆ ได้อยู่ รวมทั้งยังมีอำนาจสั่งการข้าราชการได้อยู่ เพียงแต่อำนาจถูกจำกัดลงโดยรัฐธรรมนูญมาตรา 181 เท่านั้นเอง ดังนั้น จึงถือว่าเหตุแห่งการวินิจฉัยยังมีอยู่ และอยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัย ก่อนหน้านี้ ส.ส.พท. เข้าชื่อเสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จากกรณีกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ ออกจากราชการเป็นนายทหารกองหนุน ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำสั่งรับวินิจฉัย แต่เมื่อมีการยุบสภา ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องสั่งจำหน่ายคดี เพราะเหตุแห่งการวินิจฉัยคดีหมดไปแล้ว ไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่ได้รักษาการ ส.ส. ที่ยังรับเงินเดือน หรือได้รับสิทธิพิเศษของการเป็น ส.ส.อยู่แนะให้ดูเทียบเคียงใครทำแทน นายวสันต์ กล่าวว่า แม้กรณีนี้ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิลไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเป็นเรื่องที่ผู้ร้องได้ร้องว่านายกรัฐมนตรีใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปแทรกแซง ก้าวก่าย เพื่อเอื้อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เป็นอีกเรื่องหนึ่งจะผิดไม่ผิดยังไม่รู้ ไม่เหมือนกับกรณียุบพรรคพลังประชาชน เมื่อศาลฎีกาตัดสินว่าผู้สมัครเป็นกรรมการบริหารพรรคกระทำผิดฐานทุจริตเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญมาตรา 237 กำหนดไว้ให้ต้องยุบพรรค ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้คืนตำแหน่งเลขาธิการ สมช.ให้แก่นายถวิล ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแล้ว นายวสันต์กล่าวว่า กรณีมีคนขโมยของในห้างสรรพสินค้า แล้วต่อมาเอาของไปคืนโดยวางไว้ในที่เดิม ถือว่าความผิดที่ได้ทำหมดไปหรือไม่ ในทางกฎหมายถือว่า ความผิดสำเร็จไปแล้ว แต่การนำของมาคืนถือเป็นเหตุให้บรรเทาโทษเท่านั้น ส่วนตัวเห็นว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กระทำขัดรัฐธรรมนูญจริง ความเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องสิ้นสุดลงทันที เพราะตามรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นการสิ้นสุดลงเฉพาะตัวจะอยู่รักษาการก็ไม่ได้ และแม้โดยปกติ เมื่อนายกฯพ้นจากตำแหน่งก็จะมีผลให้ ครม. พ้นไปทั้งคณะด้วย แต่กรณีนี้เป็นการสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ครม.จะพ้นไปทั้งคณะด้วยหรือไม่ ต้องไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ที่บัญญัติให้ ครม.ที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ รวมถึงก่อนหน้านี้ที่มีการยุบ 3 พรรคการเมือง มีผลให้นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นก็ทำหน้าที่รักษาการแทน ส่วนจะเทียบเคียงหรือไม่ก็ขอให้ลองคิดดู ส่วนตัวเห็นว่าบ้านเมืองไม่ควรเกิดสุญญากาศไม่มีฝ่ายบริหาร แต่ก็อาจจะไม่ถูกใจใครหลายๆ คนนพดล ชี้ข้อเสนอชัยเกษมส่วนตัว นายนพดล ปัทมะ คณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐบุคคลได้เสนอให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษและประธานองคมนตรี ทำหน้าที่รัฐบุรุษ เชิญผู้แทนจากศาล ทหาร ผู้นำสังคม ร่วมหาทางออกประเทศว่า ประเทศไทยยังไม่เกิดสุญญากาศ ยังมีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังสามารถบริหารประเทศได้อยู่ ไม่มีกฎหมายใดในรัฐธรรมนูญรองรับ เป็นการดำเนินการนอกบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้จะเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เนื่องจากปัญหาทางการเมืองต้องได้รับการแก้ไขโดยนักการเมือง ตามกติกาที่มีอยู่ เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายชัยเกษม นิติสิริ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่าถ้ามีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญลงมา จะยื่นทูลเกล้าฯขอพระบรมราชวินิจฉัย นายนพดลกล่าวว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้เป็นในนาม พท. พรรคจะหารือกันในเรื่องนี้ ส่วนตัวมองว่านายชัยเกษมมีเจตนาดี แต่ยังไม่ใช่ความเห็นของ พท. ส่วนจะทำได้หรือไม่ ทางทีมกฎหมายจะได้ศึกษาเพิ่มเติมพท.ส่งจารุพงศ์-โภคินถก'กกต.' ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. แถลงผลการประชุมคณะกิจการ พท.ว่า พท.มีมติส่งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้า พท. และนายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พท. ไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 22 เมษายน โดยจะนำข้อเสนอที่ 53 พรรคการเมือง ที่ได้ประชุมกันเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ที่มีมติให้จัดการเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน หลังศาลรัฐธรรมนูญประกาศคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ ลงในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่า กกต.ควรจัดเลือกตั้งโดยเร็ว นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงกรณีที่ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รักษาการประธานวุฒิสภา จะขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญวุฒิสภาวันที่ 24 เมษายนนั้น ที่ประชุมมองว่ามีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ เพราะวันที่ 28 เมษายน ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่ ก็จะรายงานตัว รวมถึงเป็นวันที่จะได้ ส.ว.ครบ ร้อยละ 95 ห่างกันเพียง 4 วัน เป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่ รักษาการประธานวุฒิสภาเร่งรัดหรือไม่ ที่ประชุมพรรคสรุปว่าน่าจะให้ ส.ว.จากการเลือกตั้ง มีส่วนร่วมในการประชุมในการแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงการถอดถอนบุคคลสำคัญทางการเมืองพท.ร้องไอพียู 4 ประเด็น น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายต่างประเทศพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึง เลขาธิการสหภาพรัฐสภาสากล (Inter Parliamentarian Union หรือ IPU) ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อร้องขอให้สหภาพรัฐสภาสากลย้ำเตือนประเทศไทย กรณีการบังคับใช้กฎหมายภายในให้สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี โดยฝ่ายต่างประเทศ พท.ยื่นข้อมูลกรณีต่อไปนี้ต่อเลขาธิการสหภาพรัฐสภาสากล คือ 1.กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่มาของ ส.ว.ของ ส.ส. ส.ว.308 คนที่ถูกกล่าวหาว่าล้มล้างประชาธิปไตยและถูกยื่นถอดถอนตัดสิทธิทางการเมืองต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 2.กรณีการไต่สวนการถอนประกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.ในคดีก่อการร้ายเนื่องจากขึ้นปราศรัยบนเวทีกลุ่ม นปช. การประกันและเสรีภาพการแสดงออกคือสิทธิขั้นพื้นฐาน 3.กรณีการสอบสวนโครงการจำนำข้าวของ ป.ป.ช.ต่อนายกรัฐมนตรี และฝ่ายบริหารและนโยบายคนอื่น 4.ได้ยื่นเรื่องกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรีไปยัง IPU แล้วเช่นกันตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว น.ส.จารุพรรณ กล่าวว่า บัดนี้ทางฝ่ายต่างประเทศ พท.ได้รับการยืนยันว่าสหภาพรัฐสภาสากลได้ตั้งคณะกรรมการการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ องค์กรระหว่างประเทศ อาทิ สหภาพรัฐสภาสากล สหประชาชาติ และรัฐบาลของนานาอารยะประเทศกำลังให้ความสนใจและจับตามอง องค์กรอิสระที่มีอำนาจเทียบเท่ากับศาล แต่ปราศจากขั้นตอนที่อนุญาตให้สาธารณชนได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในขั้นตอนการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นเรื่องที่อธิบายความเป็นนิติรัฐ นิติธรรมได้ยากลำบาก ดังนั้น องค์กรระหว่างประเทศที่ดูแลและคุ้มครองหลักประชาธิปไตยและหลักสิทธิมนุษยชน จึงต้องการตรวจสอบกระบวนการการพิจารณาคดีอย่างใกล้ชิด โดยจะต้องให้ความเป็นธรรมต่อผู้ที่ถูกกล่าวหา รวมทั้งจะต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด หากเจ้าพนักงานยุติธรรมคนใดละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศ ICCPR ก็อาจถูกขึ้นบัญชีดำในระดับนานาชาติได้มาร์ค เตือน สมชัยไม่เหมาะสม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก อัดคนเสื้อแดง-ผู้สนับสนุนรัฐบาล หยาบคาย ถ่อย เถื่อน ว่า ปัญหาเรื่องของคนที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นแล้วใช้คำหยาบคาย หรือการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะประเด็นทางการเมือง ใครที่เล่นเฟซบุ๊กคงจะพอทราบว่ามีอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นก็เข้าใจความรู้สึกของนายสมชัยว่าคงจะต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ แต่สิ่งที่ไม่สบายใจคือสถานะของนายสมชัยในฐานะ กกต. คงจะต้องระมัดระวัง เพราะการออกมาแสดงออกในลักษณะตอบโต้ หรือเป็นเสมือนกับว่าเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้นคงไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ เกรงว่าจะเป็นเหยื่อ ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนที่อยู่ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ เชื่อว่า กกต.ทุกคน พยายามจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม แต่เมื่อมาเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ ก็อยากจะให้อดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นหวังกกต.คุย 53 พรรคเรียบร้อย ส่วนที่นายสมชัย ออกมาระบุกำหนดการเลือกตั้งว่าน่าจะจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ได้ในวันที่ 20 หรือ 27 กรกฎาคม นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องช่วงเวลาในการเลือกตั้งไม่ใช่จุดหลัก ไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง แต่ต้องพิจารณาว่าเงื่อนไขอะไรทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับและเรียบร้อย ต้องมาช่วยกันทำ ทำได้เร็วเท่าไหร่ก็ดีเท่านั้น สามารถเลือกตั้งได้เร็ว ถ้าบอกว่าอีก 150 วันเลือก แต่ปรากฏว่าสภาพบ้านเมืองยังวุ่นวาย ขัดแย้งอยู่ ก็ไม่ใช่ ถ้า กกต.อยากหาทางออกในเรื่องนี้ต้องตั้งคำถามให้ดี ถ้า กกต.ถามว่าเลือกตั้งเมื่อไหร่ดี 53 พรรคก็ต้องตอบว่าเอาให้เร็วที่สุด ต้องถามว่าจะทำอย่างไรให้เรียบร้อย ก็ไปคิดวิธีการกฎระเบียบต่างๆ หลีกเลี่ยงปัญหาที่เคยเกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนจะไปร่วมหารือกับ กกต.หรือไม่ กำลังดูว่า คนที่เชิญมานั้นจะมีใครไปบ้าง อยากให้ กกต.ระบุให้ชัดเจนว่า เชิญหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค หรือเลขาธิการพรรค แต่ถ้าเป็นตัวแทนก็เกิดปัญหาเพียงไปรับฟังเฉยๆ เชื่อว่าการหารืออาจจะไม่ได้ข้อยุติทั้งหมดภายในวันเดียวจุรินทร์ชี้หวังใช้ส.ว.ยื้ออำนาจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ Aoodda'ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุถึงการที่ตนวิเคราะห์สถานการณ์หลังสงกรานต์เป็นเรื่องแผ่นเสียงตกร่อง บิดเบือน และกล่าวหารัฐบาลในตอนหนึ่งว่า ที่พูดมานั้นไม่มีอะไรผิด ไม่ว่าจะเป็นความพยายามต่ออำนาจของรัฐบาลให้ถึงที่สุด เห็นได้จากแนวคิดของนายชัยเกษม นิติสิริ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอกยํ้าความคิดการขอพระบรมราชวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง รวมถึงความพยายามกดดันให้เกิดการเลือกตั้งโดยไม่สนใจว่าสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศกำลังตกอยู่ในภาวะเช่นไร ตนพูดนั้นไม่ได้หมายความว่า ปชป.ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง แต่เห็นว่าหากมีการเลือกตั้งต้องเป็นการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม ไม่ผิดกฎหมายเหมือนที่เพิ่งผ่านมา "ที่สำคัญหากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลโครงการทุจริตจำนำข้าวเป็นลบ และที่กลัวที่สุดคือ กลัวว่าจะคุมรักษาการประธานวุฒิสภาชุดนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นการหาทางออกประเทศหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นตำแหน่งจริงๆ ความหวังของรัฐบาลจึงอยู่ที่การรอ วุฒิสภาชุดใหม่ ด้วยความหวังว่าจะได้ประธานวุฒิสภาคนใหม่ ใครบางคนอาจควบคุมได้ จึงขอบอกว่าที่ตนพูดมานั้นไม่ผิด และไม่ใช่แผ่นเสียงตกร่อง แต่เป็นพฤติกรรมตกร่องของรัฐบาล พท.มากกว่า"นายจุรินทร์ระบุปธ.กกต.ขอมาร์คเข้าร่วมถก นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวภายหลังการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรอบการหารือที่ กกต.จะนำไปหารือกับพรรคการเมืองในวันที่ 22 เมษายน เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสม โดยจะเสนอกรอบเวลาพร้อมกับเหตุผลให้กับพรรคการเมืองได้พิจารณา กกต.เห็นว่าควรมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายใน 60 วัน นับแต่พระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งใหม่มีผลบังคับใช้ รวมทั้งจะบอกถึงการแก้ไขระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค ทำให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จ น่าจะเป็นไปตามที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งเสนอก่อนหน้านี้ ขณะนี้มี 42 พรรคการเมืองตอบรับเข้าร่วมประชุมแล้ว แต่ยังขาดพรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานงาน จึงอยากขอเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.ให้มาร่วมประชุม เพราะการเลือกตั้งไม่ใช่งานของ กกต.แต่เป็นงานของประเทศ อีกทั้งหน้าที่ของพรรคการเมืองคือการต้องส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง จึงควรจะมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันสวนศอ.รส.จี้กกต.จัดลต.ไม่ได้ นายศุภชัย กล่าวว่า หาก ปชป.ไม่เข้าร่วมประชุมหารือกฎหมายก็ไม่ให้อำนาจ กกต.หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองไปสั่งการอะไร และโดยข้อเท็จจริงแล้ว กกต.สามารถพิจารณากำหนดวันเลือกตั้งได้เอง แต่เชิญทุกพรรคการเมืองมาหารือ เพราะ กกต.ให้เกียรติ อยากจะรับฟังความคิดเห็น เมื่อประชุมแล้วเสียงส่วนใหญ่ของพรรคการเมืองเห็นอย่างไร ก็ไม่ได้หมายความว่า กกต.ต้องดำเนินการตามนั้น แต่จะนำข้อมูลที่ได้มาพิจารณาว่าสอดคล้องกับความเห็นของฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ ก่อนจะเสนอวันเลือกตั้งที่เหมาะสม และหารือกับรัฐบาลต่อไป อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม กกต.วันนี้ยังมีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวม 3 รายด้วย เมื่อถามว่า ศอ.รส.ออกแถลงการณ์จี้ให้ กกต.เร่งจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว และระบุว่ามี กกต.คนหนึ่งมีพฤติกรรมเอนเอียงที่เข้าข่ายดำเนินคดีได้ นายศุภชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า 'เขามาสั่งไม่ได้หรอก เพราะอำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ถ้าเขาจะดำเนินคดีอาญาก็ทำไป ไม่ได้หวั่นไหวอะไร' ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วันเดียวกัน กกต.ทั้ง 5 คน และเลขาธิการ กกต.ได้ให้เจ้าหน้าที่และพนักงาน กกต. ร่วมรดน้ำดำหัวเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ด้วย โดยได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปไพรีพินาศ ที่เป็นพระประจำสำนักงาน กกต. มาให้ทุกคนรดน้ำ เพื่อเป็นสิริมงคลเล็งรับรองส.ว.อีกล็อต 22 เม.ย. นายศุภชัย กล่าวถึงการพิจารณารับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในส่วนที่เหลืออีก 19 จังหวัดว่า ในวันที่ 22 เมษายน จะมีการพิจารณารับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว.อีกจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มากนัก และจะไปรับรองที่เหลือทั้งหมดอีกในวันที่ 28 เมษายน หากผู้ได้รับเลือกตั้งคนใดถูกร้องเรียนแล้ว กกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนไม่แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ก็จะต้องประกาศรับรองผลไปก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.กทม.จะเดินทางเข้าชี้แจงต่ออนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของ กกต.กทม.ในวันที่ 18 เมษายน เวลา 10.00 น. กรณีถูกกล่าวหาว่าให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา หาเสียงชี้นำให้เลือกตนเองในการปราศรัยที่เวที กปปส. สวนลุมพินีเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาสดศรีแนะปชช.เอาผิดสมชัย นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต. กล่าวถึงกรณีการโพสต์ข้อความโจมตีรัฐบาลและคนเสื้อแดงของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งว่า การมีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการองค์กรอิสระต้องทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลางนั้น ต้องระมัดระวัง หากประชาชนเห็นว่าวางตัวไม่เป็นกลางก็สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 157 ที่สถานีตำรวจได้ การโพสต์ข้อความของนายสมชัยบางครั้งยังมีผลกระทบต่อส่วนรวม อย่างกรณีเปิดเผยปฏิทินกำหนดการดำเนินงานด้านการเลือกตั้ง เนื่องจาก กกต.ทำงานกันเป็นทีม 5 คน อาจจะก่อให้เกิดความสงสัยได้ว่าความคิดเห็นของนายสมชัยนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว หรือเป็นมติร่วมกันของ กกต. จะมีผลทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นคิดว่าประธาน กกต. ต้องออกมาตอบคำถามต่อการกระทำของนายสมชัยว่าเป็นแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องส่วนตัวหรือมติ กกต. โดยให้ทางสำนักงาน กกต.แถลงการณ์ มากไปกว่านั้นเพื่อทำให้เกิดความชัดเจนต่อสังคม และอยากให้คณะกรรมการองค์กรอิสระมีความระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นให้มากกว่านี้แนะรบ.เร่งออกพ.ร.ฎ. นางสดศรี กล่าวถึงกรณีพรรคสังคมประชาธิปไตย หรือเอสพีดี พรรคร่วมรัฐบาลของเยอรมนีเรียกร้องให้ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งโดยเร็วว่า ต่างประเทศทราบว่าวิกฤตทางการเมืองของประเทศไทยกำลังจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะขณะนี้อยู่ในระหว่างการวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะชี้ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ จะนำมาซึ่งการเกิดสุญญากาศทางการเมือง ไม่มีรัฐบาล สายตาจากต่างประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจึงมองว่าทางออกจากความขัดแย้งก็คือการเลือกตั้ง แต่จากปฏิทินของนายสมชัยกำหนดวันเลือกตั้งเดือนกรกฎาคมหรืออีก 3 เดือนนับจากนี้ อยากเสนอให้รัฐบาลรีบหารือพรรคการเมืองทุกพรรค เพื่อตราแก้ไข พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอ กกต. เพราะอำนาจหน้าที่การตรา พ.ร.ฎ.ถือเป็นอำนาจของรัฐบาลโดยตรง เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ทางการเมืองขึ้น หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ให้นายกรัฐมนตรี หรือทั้งคณะรัฐมนตรี

พาย ยกทีม ดูงาน Maison & Objet 2014 ชี้กระแสออกแบเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

พาย ยกทีม ดูงานMaison & Objet 2014ชี้กระแสออกแบเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พายเดินทางดูงานMaison & Objet 2014ชี้กระแสการออกแบบเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตามสภาพแวดล้อม การใช้ชีวิต และพฤติกรรมของคนในสังคมระบุบริษัทพร้อมนำมาปรับใช้เหมาะกับผู้บริโภค นางศศิวิมล สินธวณรงค์ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรมภายในบริษัท ออกแบบ พาย จำกัด บริษัทออกแบบที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ ด้วยคอนเซ็บต์ที่เน้นเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างแท้จริงเปิดเผยภายหลังเดินทางไปดูงาน'Maison & Objet 2014'เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า งาน'Maison & Objet 2014'เป็นงานแสดงผลงานดีไซน์สินค้าและของตกแต่งบ้านระดับลักชัวรี่ณ ประเทศ สิงคโปร์ซึ่งถือเป็นงานที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ต่างๆได้นำสินค้าที่มีแนวคิดแปลกใหม่มาแสดงอย่างเต็มที่กว่า30บูธ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดงานด้านดีไซน์อย่างหลากหลาย ทั้งนี้ แบรนด์ที่นำมาแสดงในงานนี้กว่า70%เป็นแบรนด์ที่มาจากฝั่งยุโรป ซึ่งยังคงเป็นผู้นำด้านออกแบบดีไซน์มาโดยตลอด ขณะที่แบรนด์ฝั่งเอเชียสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมได้มากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้มีผู้มาร่วมงานหลายหมื่นคน นอกจากนี้ งานในปีนี้มีความพิเศษมากขึ้นเมื่อNelly Rodiผู้ก่อตั้งบริษัทNelly Rodiผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับแนวโน้มของความต้องการของผู้บริโภค ให้เกียรติมาเป็นspeakerในงาน ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากนักออกแบบผลิตภัณฑ์ นักการตลาด เจ้าของธุรกิจทั้งสินค้า และออกแบบต่างๆโดยNelly Rodiได้แนะนำว่า เทรนด์และการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี2015-2016ที่จะถึงนี้ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี ความสนใจ รสนิยมการใช้ชีวิต และสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีทิศทางการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป “บริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางส่วนมากจะนิยมใช้ข้อมูลของNellyเนื่องจากสามารถนำมาปรับใช้และผลิตสินค้าได้ถูกทางและตรงต่อความต้องการของผู้บริโภคแต่สำหรับ'พาย'เรามองว่าสำหรับงานสถาปัตยกรรมจะมีความต่างกับงานออกแบบสินค้าประเภทอื่นๆอยู่บ้างตรงที่งานออกแบบสถาปัตยกรรมไม่ได้เปลี่ยนแปลงเร็ว หรือมีเทรนด์ที่ชัดเจน แต่งานออกแบบสถาปัตยกรรม คือการประยุกต์ การเข้าใจ การปรับตัวและการผสมผสานสไตล์งาน ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไป”นางศศิวิมล กล่าวเพิ่มเติม สำหรับ4เทรนด์ที่Nellyได้นำมาพูดถึงนี้ ทาง'พาย'ได้นำมาประยุกต์ และจะนำมาปรับใช้ในงานออกแบบ เพื่อให้เหมาะกับคน4คาแรกเตอร์ ดังนี้ Promised Land by the Pioneersคือ สไตล์งานออกแบบที่เชื่อมกาลเวลาของอดีตที่เน้นความดิบของธรรมชาติและการค้นหาตัวตนของผู้อยู่อาศัย ซึ่งผสมผสานได้ดีกับความทันสมัยของวัสดุอุปกรณ์ของปัจจุบันและอนาคตที่ใช้งานได้จริง ใช้งานง่าย และเน้นใช้สีearth toneเพื่อให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ Serpentine GalleryPavillion 2012 (left) and Drop Eco-hotel (right) Deep Dive by the Atlanteansคือความตื่นเต้น การค้นหา การผจญภัย ไร้ซึ่งขอบเขต สไตล์งานออกแบบสถาปัตยกรรมจึงค่อนข้างล้ำสมัยด้วยดีไซน์ และรูปทรงที่แปลกใหม่มีความน่าหลงใหล เหมือนอารมณ์ใต้ท้องทะเลการตกแต่งจะเน้นโทนสีดำ เขียว เทา ม่วงเข้ม Bloom -An Aquatic farm for phytoplankton culture (left) andAqua Tower Chicago (right) Sacred Fire by the Conquistadorsคือพลังความคิด ความสนุกและความท้าทายของคนสมัยใหม่ทำให้งานออกแบบจะเน้นใช้แสงสว่างและแสงไฟโทนเย็นและร้อนจัดๆปะปนกันเสมือนอารมณ์ของมนุษย์ Santa Monica Civic Center Parking Structure(left) and Carbon Neutral Clubbing - sustainable energy floor(right) Air Cosmos by the Nextplorersคือ ความหลากหลายมิติ ความซับซ้อน งานออกแบบสถาปัตยกรรมจึงดูแปลกตาและน่าค้นหา ซึ่งเป็นได้ทั้งลักษณะโครงสร้างที่ดูล่องลอยเหมือนอยู่ในอากาศ หรืองานตกแต่งบนผนัง กำแพงที่มีtextureเยอะๆ ซึ่งแสดงถึงความล้ำหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเน้นใช้โทนสว่างของสีขาว ฟ้า น้ำเงิน เหลือง แดง โดยทั้ง4เทรนด์นี้เรียกได้ว่าค่อนข้างแปลกใหม่ และน่าสนใจมาก เพราะสามารถะสะท้อนถึงบุคลิกไลฟ์สไตล์ และความชื่นชอบของผู้อยู่อาศัย หรือของเจ้าของโปรเจคได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ สำหรับ'พาย'แล้วการศึกษาและเรียนรู้ความเคลื่อนไหวที่อยู่รอบตัวนั้นมักจะเป็นประโยชน์กับองค์กรและทีมงานเสมอ เพื่อนำมาปรับใช้จริงในงานออกแบบ Best regards,The Way Communications Co.,LtdNoble Cube Pattanakarn 1104/374 Pattanakarn Road, Suan Luang Sub-district, Suan Luang DistrictBangkok, Thailand 10250 Tel: 02-170-8011Fax: 02-170-8012Website: www.theway.co.th

กสิกรไทยชี้เศรษฐกิจไทยใกล้ภาวะถดถอย คาดไตรมาสหนึ่ง-สองโตไม่ถึง 1%

กสิกรไทยชี้เศรษฐกิจไทยใกล้ภาวะถดถอย คาดไตรมาสหนึ่ง-สองโตไม่ถึง1% ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองปัญหาการเมืองส่งผลแรงต่อเศรษฐกิจไทยใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอย ครึ่งปีแรกโตเพียง0.8%การใช้จ่ายครัวเรือน ภาครัฐ การลงทุนของไทย นักท่องเที่ยวหดตัวหมด ชี้เศรษฐกิจไทยยังเหนื่อยหนักต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกอย่างเดียว ครึ่งปีหลังหวังพึ่งการเมืองนิ่ง เศรษฐกิจต่างประเทศฟื้น แต่ต้องระวังเงินเฟ้อเพิ่ม ดร.เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยือเยื้อได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยอย่างแรง ทำให้เกิดแรงกดดันต่อการใช้จ่ายในประเทศในไตรมาสแรก ทั้งการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ภาครัฐ การลงทุนรวมและนักท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่ในภาวะที่หดตัวทั้งหมด ขณะที่การส่งออกขยายตัวใกล้เคียง0%โดยเศรษฐกิจไตรมาสแรก ปี2557เทียบกับไตรมาสสี่ ปี2556อยู่ที่ -1.8%แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี2556จะขยายตัวประมาณ0.7%โดยการหดตัวจากไตรมาสก่อนหน้าดังกล่าว สะท้อนถึงความเสี่ยงภาวะถดถอยที่เศรษฐกิจไทยเผชิญ สำหรับเศรษฐกิจไตรมาสสอง2557ประเด็นการเมืองจะยังเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยภาวะเศรษฐกิจยังน่าจะฟื้นตัวอย่างยากลำบาก แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายในประเทศ และการลงทุนโดยรวมยังมีโอกาสหดตัวการส่งออกน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นกว่าไตรมาสแรก ซึ่งจะเป็นแรงหนุนอย่างเดียวต่อเศรษฐกิจไทย แต่ยังไม่สามารถชดเชยภาพด้านลบของตัวเลขอื่นได้ทั้งหมด ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสสองน่าจะอยู่ที่0.9%ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่ต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานของเศรษฐกิจไทย ในครึ่งปีหลัง2557เศรษฐกิจไทยมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลัง2556ที่มีฐานที่ต่ำ โดยหากปัญหาการเมืองเริ่มคลี่คลาย การส่งออกฟื้นตัวมากขึ้นจากทิศทางเศรษฐกิจของคู่ค้าสำคัญที่เริ่มดีขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ อย่างไรก็ตามบรรยายกาศการใช้จ่ายในประเทศยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ในขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนอาจจะสูงขึ้น และเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากการปรับค่าแรง ค่าสาธารณูปโภคในช่วงท้ายปีจะเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินในเรื่องนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ในขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังน่าจะเติบโตได้ที่3%และทั้งปีจะโตเฉลี่ยประมาณ1.8% กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยยังมีทิศทางซบเซาในช่วงต้นปี2557
   

กบข.เผยส่งใบแจ้งยอดเงินโฉมใหม่ถึงมือสมาชิกแล้ว พร้อมเตือนใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงิน

Category: บริษัทจดทะเบียน
Published on Friday, 01 February 2013 14:00
Hits: 818

กบข.เผยส่งใบแจ้งยอดเงินโฉมใหม่ถึงมือสมาชิกแล้ว พร้อมเตือนใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงิน

          สมาชิก กบข. ขอรับใบแจ้งยอดเงินประจำปี 2555 รูปแบบใหม่ได้ที่หน่วยงานราชการต้นสังกัดของสมาชิก 7,200 แห่งทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เผยใบแจ้งยอดรูปแบบใหม่รวมจุลสารและข้อมูลยอดเงินสะสม ผลประโยชน์จากการลงทุนในปีที่ผ่านมา และใบรับรองเงินสะสมสำหรับขอยกเว้นภาษีไว้ในฉบับเดียว สมาชิกสามารถใช้เอกสารนี้ยื่นใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2555 กับกรมสรรพากรได้ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1179 กด 6

           GPF-Sopavadee--นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า  กบข. ได้ดำเนินการจัดส่งใบแจ้งยอดเงินสมาชิกประจำปี 2555 ไปยังหน่วยงานราชการต้นสังกัดของสมาชิก กบข. 7,200 แห่งทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สมาชิกสามารถขอรับใบแจ้งยอดเงินฯ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งใบแจ้งยอดเงินฯ ดังกล่าวประกอบไปด้วย จุลสารรายงานผลการดำเนินงานประจำปี รายงานยอดเงินสะสมและผลประโยชน์ของสมาชิกที่เกิดขึ้นในปี 2555 รวมทั้งใบรับรองยอดเงินสะสมสำหรับการยื่นยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อกรมสรรพากรอีกด้วย

           “ในปีนี้ กบข. ได้ปรับรูปแบบใบแจ้งยอดเงินสมาชิกใหม่รวมจุลสารและใบแจ้งยอดเงินฯ ให้อยู่ในชิ้นเดียว จึงสะดวกต่อการอ่านข้อมูลทั้งหมด โดยใบแจ้งยอดเงินสมาชิกปี 2555 จัดทำเป็นเอกสารขนาดเอสี่ พื้นที่ด้านหน้าซองจัดพิมพ์จุลสารประจำปี รายงานสถานะการลงทุน และผลการดำเนินงานของ กบข.ด้านต่างๆ ตลอดปี 2555 และแผนงานปี 2556 ส่วนด้านในจะพิมพ์ข้อมูลยอดเงินและผลประโยชน์จากการลงทุนในปี 2555 ของสมาชิกแต่ละคน นอกจากนี้ ยังมีใบรับรองยอดเงินสะสมระหว่างปีเพื่อให้สมาชิกนำไปขอยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกด้วย”นางสาวโสภาวดีกล่าว

          ทั้งนี้ ใบรับรองยอดเงินสะสมสำหรับการยกเว้นภาษีเงินได้นั้น สมาชิก กบข. ต้องแนบไปกับ ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด.91 เพื่อขอยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนของเงินสะสมที่จ่ายเข้า กบข. ตามจริงในปี 2555 แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินเดือน และไม่เกิน 500,000 บาทในแต่ละปีภาษี ดังนั้น เมื่อสมาชิก กบข. ได้รับใบแจ้งยอดเงินฯ แล้ว ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ชื่อ - สกุล ที่อยู่ วันเกิด หรือเงินเดือน ณ วันสมัคร ซึ่งจะต้องตรงกับข้อมูลที่ส่วนราชการต้นสังกัดแจ้งไว้

           ในกรณีที่สมาชิกไม่ได้รับใบแจ้งยอดเงิน กบข. ได้จัดเตรียมบริการ GPF Web Service บนหน้าเว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th  เลือกหัวข้อ GPF Web Service จากนั้นกรอกหมายเลขประจำตัวสมาชิกและรหัสผ่าน เลือกเมนู ยอดเงิน / ใบแจ้งยอดเงินสมาชิก ซึ่งใบแจ้งยอดเงินที่ปรากฏใน GPF Web Service จะมีข้อมูลสำคัญเหมือนเช่นใบแจ้งยอดเงินฉบับที่ส่งไปส่วนราชการต้นสังกัดทุกประการ โดยสมาชิกสามารถสั่งพิมพ์ใบแจ้งยอดเงินได้ด้วยตนเอง และแนบเพื่อรับสิทธิในการลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อฝ่ายบริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร.1179 กด 6

   
FacebookTwitterGoogle Bookmarks
   
88700133
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1492
5866
32876
968350
116651
200014
88700133
Your IP: 54.242.249.240
Server Time: 2014-04-19 06:42:25
   
© ALLROUNDER